คู่มือการใช้งานฟังก์ชั่นโปรโมทสำหรับอีคอมเมิร์ซ

คู่มือโฆษณานี้ เป็น คู่มือที่ใช้งานแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ขายสามารถ สร้าง ปรับปรุง และขยายผลแคมเปญโฆษณาใน TikTok Shop ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อหาจะมีการ อัปเดตต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับฟีเจอร์และแนวทางใหม่ ๆ ของแพลตฟอร์ม
วิธีการใช้งานเอกสารนี้ ในเอกสารนี้จะอธิบาย 3 ระยะของการทำโฆษณา ได้แก่
  • ระยะเริ่มต้น: สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มและยังไม่มีข้อมูลโฆษณา
  • ระยะขยายผล: สำหรับผู้ที่เริ่มเห็นผลลัพธ์และต้องการเพิ่มยอด
  • ระยะมั่นคง: สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาผลลัพธ์ระยะยาว

สารบัญ

การประเมินระยะของแคมเปญจากค่าใช้จ่ายโฆษณาในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
ค่าใช้จ่ายโฆษณา (30 วันล่าสุด)
ระยะของแคมเปญ
คำอธิบายโดยย่อ
น้อยกว่า 6,473 บาทสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มและยังไม่มีข้อมูลโฆษณาสำหรับผู้ขายที่เพิ่งเริ่มทำโฆษณา หรือยังไม่มีข้อมูลมากพอสำหรับการวิเคราะห์
ระหว่าง 6,473–32,363 บาทสำหรับผู้ที่เริ่มเห็นผลลัพธ์และต้องการเพิ่มยอดสำหรับผู้ขายที่เริ่มเห็นผลลัพธ์จากโฆษณา และต้องการขยายยอดให้เติบโตต่อเนื่อง
ตั้งแต่ 32,363 บาทสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาผลลัพธ์ระยะยาวสำหรับผู้ขายที่มีข้อมูลโฆษณาเพียงพอ และต้องการรักษาประสิทธิภาพในระยะยาว
✅ ระดับของเนื้อที่เหมาะกับผู้เรียน

ทำไมต้องลงโฆษณา

โฆษณาบน TikTok Shop ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้จัดการบัญชี TikTok Shop และผู้จัดการครีเอเตอร์ เพราะช่วยกระตุ้นยอดขาย สร้างการรับรู้แบรนด์ และปรับประสิทธิภาพของโฆษณาให้ธุรกิจที่ขายบนแพลตฟอร์มเติบโตได้เต็มศักยภาพ เพื่อตอกย้ำคุณค่าทางกลยุทธ์ของโฆษณาเหล่านี้ ลองพิจารณาประโยชน์หลักๆ ที่ธุรกิจจะได้รับ
โฆษณาบน TikTok Shop ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือกำหนดกลุ่มเป้าหมายขั้นสูงของแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยให้ลูกค้าที่ใช่มองเห็นสินค้าที่ตรงใจ ส่งผลให้ยอดสั่งซื้อและคอนเวอร์ชั่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ขายจึงเติบโตได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น
ด้วยอัลกอริทึมของ TikTok ที่ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่น่าสนใจ โฆษณาร้านค้าจึงช่วยให้ธุรกิจของผู้ขายสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น และดึงดูดผู้ซื้อใหม่โดยผสานการช้อปปิ้งเข้ากับประสบการณ์การใช้งานอย่างเป็นธรรมชาติ
ในยุคที่ TikTok Shop เติบโตอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่เริ่มใช้โฆษณาก่อน ย่อมได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่พึ่งพายอดเข้าชมแบบออร์แกนิกเพียงอย่างเดียว
ผู้ขายสามารถใช้สินค้าโฆษณาร้านค้าบนแพลตฟอร์มในการปรับแต่ง ROI และงบโฆษณาได้อย่างยืดหยุ่นตามคำแนะนำของระบบ
  • เร่งการเติบโตของผู้ขาย ดันยอดขายและรายได้ให้พุ่งสูง
  • เพิ่มการมองเห็นและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์ม
  • สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในสนามอีคอมเมิร์ซ
  • ปรับแต่ง ROI และงบโฆษณา
  • เร่งการเติบโตของผู้ขาย ดันยอดขายและรายได้ให้พุ่งสูง
  • เพิ่มการมองเห็นและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์ม
  • สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในสนามอีคอมเมิร์ซ
  • ปรับแต่ง ROI และงบโฆษณา

สินค้าโฆษณาบน TikTok Shop

ประกาศสำคัญ

ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นไปGMV Max จะกลายเป็น รูปแบบแคมเปญหลักเพียงประเภทเดียว ที่รองรับการโฆษณาบน TikTok Shopหากคุณเลือกวัตถุประสงค์ของแคมเปญเป็น “ยอดขาย (Sales)” โดยมีปลายทางคือ TikTok Shop จะ ไม่สามารถสร้าง แก้ไข หรือทำซ้ำ โฆษณาในรูปแบบต่อไปนี้ได้อีก:
  • โฆษณาไลฟ์ช้อปปิ้ง (Live Shopping Ads)
  • โฆษณาการช้อปปิ้งสินค้า (Product Shopping Ads)
  • โฆษณาการช้อปปิ้งผ่านวิดีโอ (Video Shopping Ads)
หมายเหตุ: ผู้ขายทุกท่านควรเริ่มปรับเปลี่ยนแคมเปญที่มีอยู่ให้เป็นรูปแบบ GMV Max เพื่อให้สอดคล้องกับระบบใหม่และสามารถใช้งานโฆษณาได้อย่างต่อเนื่อง

2.1 แผนผังสินค้าโฆษณาบน TikTok Shop

image

แพลตฟอร์มโฆษณาบน TikTok Shop/เครื่องมือธุรกิจ

การเข้าใจวิธีทำงานของระบบโฆษณาอย่างแท้จริง จะช่วยให้ผู้ขายแก้ปัญหาระหว่างแคมเปญได้ตรงจุด ปรับโฆษณาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างการเติบโตของยอดขาย (GMV) ได้ดียิ่งขึ้น
ผู้ขายแนะนำ
แพลตฟอร์ม/เครื่องมือธุรกิจ
คำอธิบาย
ภาพหน้าจอระบบ
การเข้าถึง
เอกสาร
ทั้งหมด
Seller Center
ศูนย์ผู้ขาย
บริหารจัดการธุรกิจอีคอมเมิร์ซบน TikTok Shop
image
ทั้งหมด
ตัวจัดการโฆษณาบน TikTok
สร้างแคมเปญโฆษณา จัดการทรัพยากรโฆษณา ติดตามข้อมูล และประสิทธิภาพให้การโฆษณาของคุณ
image
https://ads.tiktok.com/i18n/signup/
ระยะเริ่มต้นแบบไม่มีข้อมูล/ระยะขยายผล
ศูนย์ช่วยเหลือธุรกิจ TikTok(แนะนำเป็นอย่างยิ่ง👍)
คำถามที่พบบ่อยและลิงก์สำหรับติดต่อฝ่ายสนับสนุนหรือยื่นตั๋วคำร้อง พร้อมการช่วยเหลือจาก AI
image
/
ทั้งหมด
TikTok Creative Center
(รวมถึง TikTok Symphony ด้วย)
ค้นพบแหล่งข้อมูลด้านการสร้างสรรค์
TikTok Symphony: Symphony คือชุดโซลูชัน Generative AI ที่จะยกระดับเส้นทางการสร้างสรรค์คอนเทนต์ TikTok ของคุณ
image
TikTok Creative Center:https://ads.tiktok.com/business/creativeceer/pc/en?rid=1xpf71oqitm&utm_source=tiktokhelpcenter&utm_medium=article&utm_campaign=helpcenter
TikTok Symphony:
/
ระยะขยายผล/ระยะมั่นคง
TikTok One
แหล่งรวมโซลูชันด้านการสร้างสรรค์แบบครบวงจร
image
https://ads.tiktok.com/creativehttps://ads.tiktok.com/help/article/about-tiktok-one?region=row

GMV Max 🔥🔥🔥

GMV Max คืออะไร

GMV Max คือโซลูชันการตลาดอัตโนมัติที่ทรงพลัง ออกแบบมาเพื่อให้การทำแคมเปญ TikTok Shop ประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย เครื่องมือนี้ขับเคลื่อนด้วย AI และระบบอัตโนมัติขั้นสูง โดยจะรวมเอาชิ้นงานโฆษณาทั้งหมดมาใช้ในวงกว้าง และเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญด้วยการคัดเลือกชิ้นงานที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม แล้วขยายการแสดงผลให้โดยอัตโนมัติ GMV Max มุ่งเน้นการสร้างกำไรสูงสุดให้กับร้านค้าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งยอดเข้าชมจากการยิงแอดและยอดเข้าชมแบบออร์แกนิกให้กับ TikTok Shop ของคุณ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณแทบไม่ต้องลงมือทำเองเลย

4.1.1 แนะนำฟีเจอร์

ระบบ
คำอธิบาย
ประโยชน์ที่ผู้ขายจะได้รับ
  1. ระบบอัตโนมัติสำหรับชิ้นงานโฆษณา
GMV Max จะดึงชิ้นงานโฆษณาที่พร้อมใช้งานทั้งหมดเข้ามาในระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อทดสอบและขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูง✅ ใช้ประโยชน์จากชิ้นงานโฆษณาได้เต็มที่✅ ค้นหาคอนเทนต์ที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด✅ ประหยัดเวลาในการจัดการชิ้นงาน
  1. ระบบอัตโนมัติสำหรับการนำเสนอโฆษณา
ระบบจะช่วยปรับและจัดการกลุ่มโฆษณาโดยอัตโนมัติ หยุดกลุ่มที่ทำผลงานได้ไม่ดี และสร้างกลุ่มใหม่แทน เพื่อให้แคมเปญทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ✅ ใช้งบโฆษณาอย่างคุ้มค่า✅ เพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องจัดการเอง✅ โฆษณาถูกนำเสนอเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสซื้อจริง
  1. ระบบควบคุมงบโฆษณา
GMV Max ช่วยให้คุณมองเห็นสัดส่วนของ GMV ที่มาจากค่าใช้จ่ายโฆษณาอย่างชัดเจน เพื่อให้ควบคุมงบได้ตามแผน พร้อมปรับประสิทธิภาพแคมเปญไปพร้อมกัน✅ ควบคุมงบโฆษณาได้ง่าย✅ วางแผนการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ✅ ติดตาม ROI ได้ชัดเจน
  1. ระบบเพิ่มประสิทธิภาพแบบออร์แกนิก
GMV Max จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทั้งการเข้าชมแบบชำระเงินและแบบออร์แกนิก พร้อมดึงพลังจากคอนเทนต์ที่คุณสร้างเองและของแอฟฟิลิเอต เพื่อผลักดันยอดขายรวม✅ ยอดเข้าชมเติบโตทั้งจากโฆษณาและออร์แกนิก✅ เพิ่มโอกาสขายจากหลายช่องทาง✅ สร้างการเติบโตของ GMV อย่างต่อเนื่อง

4.1.2 วิธีการทำงานของ GMV Max

ลำดับ
รายละเอียด
สิ่งที่ผู้ขาย/ผู้ลงโฆษณาควรรู้
การใช้งานร่วมกับแคมเปญอื่นสินค้าที่ถูกเลือกใช้ในแคมเปญ GMV Max จะ ไม่สามารถใช้ในโฆษณาร้านค้ามาตรฐาน (VSA/PSA) ได้ หากต้องการโปรโมตสินค้านั้นใน GMV Max ผู้ลงโฆษณาต้อง หยุดโฆษณาเดิมทั้งหมดที่ใช้สินค้าชิ้นเดียวกันชั่วคราว ระบบจะมี ป๊อปอัปแจ้งเตือน ให้กดยืนยันหยุดโฆษณาเดิมในขั้นตอนสร้างแคมเปญ✅ หยุดโฆษณาเดิมก่อนเปิด GMV Max✅ ป้องกันการซ้ำซ้อนของสินค้าระหว่างแคมเปญ
การเตรียมชิ้นงานโฆษณาProduct GMV Max ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีชิ้นงานโฆษณาจำนวนมากให้ระบบเลือก ผู้ลงโฆษณาจึงควรเตรียม วิดีโอและภาพสินค้าคุณภาพสูงของตนเองไว้ล่วงหน้า จากนั้นระบบจะ เลือกประเภทธุรกรรมโฆษณา (VSA หรือ PSA) และตำแหน่งการแสดงผลให้โดยอัตโนมัติ เพื่อกระจายไปยังหลายจุดบน TikTok เช่น ฟีด ค้นหา แท็บร้านค้า โดยทั้งหมดนี้จะคำนึงถึงการทำ ROI และการดัน GMV ของสินค้าที่โปรโมตเป็นหลัก✅ ยิ่งมีชิ้นงานดี ๆ ให้ระบบเลือก ยิ่งขยายผลได้เร็ว✅ ไม่ต้องเลือกตำแหน่งยิงเอง ระบบจัดการให้✅ เหมาะกับคนที่อยากให้ระบบทำออโต้มากกว่าแมนนวล
การดึงคอนเทนต์อัตโนมัติGMV Max จะ ดึงวิดีโอที่มีลิงก์สินค้า จากบัญชี TikTok ของผู้ขาย รวมถึง Spark Ads ที่ผูกลิงก์สินค้าไว้ในบัญชีโฆษณา มาใช้เป็นชิ้นงานโฆษณาโดยอัตโนมัติ และหากเปิดโหมดเลือกอัตโนมัติ ระบบยังสามารถนำวิดีโอที่เคยใช้ใน VSA มาใช้ต่อได้ แม้วิดีโอนั้นจะไม่ได้ใส่ลิงก์สินค้าไว้ก็ตาม✅ ลดเวลาสร้างคอนเทนต์ใหม่ เพราะระบบใช้ของที่มีอยู่แล้ว✅ วิดีโอ Spark ของครีเอเตอร์ก็เอามายิงได้✅ เหมาะกับร้านที่มีคอนเทนต์ในระบบอยู่แล้ว
การเสริมพลังออร์แกนิกGMV Max จะช่วย ดันการเข้าชมแบบออร์แกนิกควบคู่ไปกับโฆษณา ทั้งจากวิดีโอของร้านค้าเองและวิดีโอจากแอฟฟิลิเอต โดยระบบจะ ติดป้ายคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ให้กับคอนเทนต์ของแอฟฟิลิเอตอัตโนมัติ และผู้ขายสามารถเลือกติดป้ายคอนเทนต์แบรนด์ให้กับวิดีโอตัวเองได้ เพื่อให้การสื่อสารการขายมีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส✅ ได้ทราฟฟิกทั้งจ่ายเงินและออร์แกนิกในเวลาเดียวกัน✅ คอนเทนต์ของแอฟฟิลิเอตจะถูกทำให้เป็นทางการอัตโนมัติ✅ ช่วยเรื่องภาพลักษณ์แบรนด์และความโปร่งใสในการโฆษณา

สรุปฟังก์ชันอัตโนมัติและการตั้งค่ากำหนดเองใน GMV Max

ฟังก์ชัน
ประเภท
รายละเอียด
การเลือกชิ้นงานโฆษณาอัตโนมัติ ✅GMV Max จะ ดึงชิ้นงานโฆษณาที่มีอยู่ทั้งหมดเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ ภายใต้แคมเปญเดียว โดยไม่ต้องจัดการเอง ชิ้นงานที่มี ลิงก์สินค้า จะถูกนำมาใช้ในทุกแคมเปญ GMV Max และต้องผ่านการอนุมัติผ่าน Spark Codes หรือ ACA ก่อนใช้งาน📎 ดูวิธีอนุมัติเพิ่มเติมได้ที่ [โฆษณาร้านค้า
การเลือกวิดีโอ (อัตโนมัติ vs กำหนดเอง)แนะนำให้ใช้การเลือกอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ระบบจะดึงวิดีโอจากหลายแหล่งมาใช้ในการรันแคมเปญ แม้บางวิดีโอจะไม่ปรากฏในหน้าต่างเลือกด้วยตนเองก็ตาม 🔹 เลือกอัตโนมัติ: ไม่จำกัดจำนวนวิดีโอ ใช้ได้ทั้งวิดีโอปัจจุบันและอนาคต รวมถึงวิดีโอจาก VSA เดิมที่ไม่มีลิงก์สินค้า 🔹 เลือกด้วยตัวเอง: จำกัดสูงสุด 50 วิดีโอต่อแคมเปญ ต้องเพิ่ม/ลบเอง และไม่สามารถใช้วิดีโอที่ไม่มีลิงก์สินค้าได้
วิดีโอที่ได้รับอนุญาตแบบกลุ่มจากแอฟฟิลิเอตอัตโนมัติ ✅GMV Max จะ ดึงวิดีโอที่แอฟฟิลิเอตให้สิทธิ์ใช้งานแบบกลุ่ม จากแผนแบบเปิดมาใช้และทดสอบในแคมเปญโดยอัตโนมัติ
การกำหนดกลุ่มเป้าหมายอัตโนมัติ ✅ระบบจะ เลือกและปรับกลุ่มเป้าหมายโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ GMV สูงสุดตามข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์ม
รูปแบบโฆษณาอัตโนมัติ ✅GMV Max จะสร้างโฆษณาในรูปแบบ VSA และ PSA ภายในแคมเปญเดียวกัน และเลือกตำแหน่งการแสดงผลที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ
ตำแหน่งโฆษณาอัตโนมัติ ✅ระบบจะตัดสินใจเลือก ตำแหน่งการแสดงผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมผู้ใช้และโอกาสในการสร้างยอดขาย
การจัดสรรงบประมาณอัตโนมัติ ✅ระบบจะ จัดสรรงบประมาณและควบคุมค่าใช้จ่าย ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ROI ที่ตั้งไว้
การเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญอัตโนมัติ ✅GMV Max จะ ปรับประสิทธิภาพโดยรวมของแคมเปญอัตโนมัติ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด โดยไม่ต้องจัดการเอง
การลบชิ้นงานโฆษณากำหนดเอง ❌หากเลือกโหมด “เลือกอัตโนมัติ” ผู้ลงโฆษณายังสามารถ ลบวิดีโอที่ไม่ต้องการออกจากแคมเปญได้เอง เพื่อปรับคุณภาพของชิ้นงานให้ดียิ่งขึ้น
การแสดงผลสูงสุด (Max Impressions)กำหนดเอง ❌สามารถตั้งงบประมาณแบบเน้นจำนวนการแสดงผลสูงสุด แทนการตั้งค่า ROI เป้าหมาย เพื่อเร่งการใช้จ่ายงบในระดับสินค้า
โพสต์แบบกำหนดเองกำหนดเอง ❌ผู้ลงโฆษณาสามารถ เพิ่มโพสต์ใหม่ลงในแคมเปญ GMV Max ได้เอง โดยต้องอัปโหลดคอนเทนต์ออร์แกนิกลงในบัญชี TikTok ก่อนเลือกใช้ในกระบวนการโพสต์
การบูสต์ชิ้นงานโฆษณากำหนดเอง ❌ฟีเจอร์ “บูสต์ชิ้นงานโฆษณา” ช่วยให้ผู้ขายสามารถ เพิ่มงบประมาณรายวันให้กับวิดีโอที่มีศักยภาพสูง แต่ระบบแสดงผลน้อยกว่าที่คาดไว้
การเลือกสินค้ากำหนดเอง ❌ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้ เลือกสินค้าที่ต้องการโปรโมตใน GMV Max ด้วยตนเอง
การตั้งค่า ROI เป้าหมายกำหนดเอง ❌ผู้ลงโฆษณาสามารถ ตั้งค่า ROI เป้าหมายเองได้ โดยแพลตฟอร์มจะเสนอค่ามาตรฐานตามข้อมูลย้อนหลังและอุตสาหกรรมให้เป็นแนวทาง
การตั้งค่างบประมาณรวมของแคมเปญกำหนดเอง ❌ผู้ลงโฆษณาจะ กำหนดงบประมาณของแคมเปญเอง โดยระบบจะเสนอคำแนะนำเบื้องต้นตามประวัติการใช้จ่ายและเกณฑ์ของตลาด
เครื่องมือปรับโฆษณา
อัตโนมัติหรือไม่
หมายเหตุ
การเลือกชิ้นงานโฆษณา
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะดึงชิ้นงานโฆษณาทั้งหมดที่มีมาใช้งานโดยอัตโนมัติ ภายใต้แคมเปญอัตโนมัติเดียวที่ไม่ต้องมีการจัดการใดๆ จากลูกค้า
  • ชิ้นงานโฆษณาที่มีลิงก์สินค้าจะถูกพิจารณาใช้งานในแคมเปญ GMV Max ทั้งหมด

การเลือกวิดีโอแบบกำหนดเองเทียบกับแบบอัตโนมัติ

ขอแนะนำให้ใช้การเลือกอัตโนมัติใน GMV Max เพื่อให้แคมเปญทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โปรดทราบว่าหากผู้ลงโฆษณาต้องการตรวจสอบว่าวิดีโอใดจะถูกนำมาใช้ในแคมเปญ GMV Max ระบบจะยังไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ก่อนที่แคมเปญจะเริ่มทำงาน เนื่องจากมีวิดีโอหลายประเภทที่ระบบจะดึงมาใช้ในแคมเปญเลือกอัตโนมัติ ซึ่งจะไม่ปรากฏในหน้าต่างเลือกด้วยตัวเอง
  • เลือกอัตโนมัติ
    • ไม่จำกัดจำนวนวิดีโอที่ใช้ในแคมเปญ
    • ใช้ประโยชน์จากวิดีโอที่มีอยู่เดิมและวิดีโอที่จะโพสต์ในอนาคต โดยระบบจะสำรวจและคัดเลือกโดยอัตโนมัติ
    • รองรับวิดีโอที่มีลิงก์นำทางสินค้าสำหรับสินค้าชิ้นเดียวและหลายชิ้น
    • สามารถใช้วิดีโอ ACA ได้
    • สามารถนำวิดีโอคุณภาพสูงที่เคยใช้ใน VSA สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องมาใช้ได้ แม้ว่าวิดีโอนั้นจะไม่มีลิงก์นำทางสินค้า (รวมถึงวิดีโอที่ใช้สำหรับโฆษณาเท่านั้น)
  • เลือกด้วยตัวเอง
    • จำกัดจำนวนวิดีโอ โดยแต่ละแคมเปญใช้วิดีโอได้สูงสุด 50 รายการ
    • ยังต้องเพิ่มหรือลบวิดีโอด้วยตัวเองอยู่
    • รองรับวิดีโอที่มีลิงก์นำทางสินค้าสำหรับสินค้าชิ้นเดียวและหลายชิ้น
    • สามารถใช้วิดีโอ ACA ได้
    • ไม่สามารถใช้วิดีโอที่ไม่มีลิงก์นำทางสินค้าได้
วิดีโอที่ได้รับอนุญาตแบบกลุ่มจากแอฟฟิลิเอต
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะดึงชิ้นงานโฆษณาที่แอฟฟิลิเอตให้การอนุญาตแบบกลุ่มจากแผนแบบเปิด โดยจะมีการนำวิดีโอเหล่านี้มาใช้และทดสอบใน GMV Max โดยอัตโนมัติ
การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มี GMV สูงสุด
รูปแบบโฆษณา
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะสร้างโฆษณาในรูปแบบ VSA และ PSA ภายในแคมเปญเดียว พร้อมตัดสินใจเลือกตำแหน่งการแสดงผลที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
ตำแหน่งโฆษณา
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะสร้างโฆษณาในรูปแบบ VSA และ PSA ภายในแคมเปญเดียว พร้อมตัดสินใจเลือกตำแหน่งการแสดงผลที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
การจัดสรรงบประมาณ
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะควบคุมการจัดสรรงบประมาณและค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมาย ROI ที่ตั้งไว้
การเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญ
อัตโนมัติ ✅
GMV Max จะจัดการเพิ่มประสิทธิภาพให้แคมเปญทั้งหมด โดยที่ผู้ลงโฆษณาแทบไม่ต้องจัดการเอง
การลบชิ้นงานโฆษณา
กำหนดเอง ❌
หากเลือกใช้ตัวเลือก "เลือกอัตโนมัติ" ผู้ลงโฆษณาก็ยังปรับปรุงชิ้นงานโฆษณาให้ดียิ่งขึ้นได้โดยลบวิดีโอที่ไม่ต้องการออกจากแคมเปญ
การแสดงผลสูงสุด
กำหนดเอง ❌
ลูกค้าสามารถตั้งงบประมาณให้ใช้ไปกับการแสดงผลสูงสุด แทนการตั้งค่า ROI เป้าหมาย วิธีการแสดงผลนี้จะช่วยเร่งการใช้งบประมาณให้หมดไป สามารถใช้งานได้ในระดับสินค้า
โพสต์แบบกำหนดเอง
กำหนดเอง ❌
ลูกค้าสามารถเพิ่มโพสต์อื่นๆ ลงในแคมเปญ GMV Max ได้ โดยใช้ประโยชน์จากโพสต์แบบกำหนดเอง ซึ่งกำหนดให้ลูกค้าต้องอัปโหลดคอนเทนต์แบบออร์แกนิกไปยังบัญชี TikTok ก่อน เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในกระบวนการโพสต์แบบกำหนดเองได้
การบูสต์ชิ้นงานโฆษณา
กำหนดเอง ❌
การบูสต์ชิ้นงานโฆษณา คือฟีเจอร์ใน Product GMV Max ที่ช่วยให้ผู้ขายสามารถจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในแต่ละวัน เพื่อโปรโมตวิดีโอที่เชื่อว่ามีศักยภาพสูงด้วยตัวเอง แต่ระบบแสดงผลน้อยเกินไป
การเลือกสินค้า
กำหนดเอง ❌
ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้เลือกสินค้าที่ต้องการโปรโมตใน GMV Max
การตั้งค่า ROI
กำหนดเอง ❌
ผู้ลงโฆษณาจะกำหนดเป้าหมาย ROI ที่ต้องการ โดยมีคำแนะนำที่แพลตฟอร์มกรอกมาให้ล่วงหน้า ซึ่งคำแนะนำนี้อ้างอิงจากข้อมูลย้อนหลังของผู้ลงโฆษณาและค่ามาตรฐานของอุตสาหกรรม
การตั้งค่างบประมาณ
กำหนดเอง ❌
ผู้ลงโฆษณาจะกำหนดงบประมาณแคมเปญ โดยมีคำแนะนำที่แพลตฟอร์มกรอกมาให้ล่วงหน้า

4.1.3 ข้อได้เปรียบ

GMV Max คือสินค้าโฆษณาอัตโนมัติรุ่นล่าสุดของโฆษณาร้านค้า ซึ่งช่วยให้ผู้ค้าสามารถปรับประสิทธิภาพของทั้งโฆษณาและยอดเข้าชมแบบออร์แกนิกทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ เพื่อผลักดัน GMV ให้เติบโตสูงสุดบน TikTok Shop
  • ข้อได้เปรียบหลักที่ 1: การแสดงผลอัจฉริยะแบบอัตโนมัติสำหรับโฆษณาทุกตำแหน่งจะดึงวิดีโอทั้งหมดมาใช้ในการแสดงผลและควบคุมงบประมาณในระดับวิดีโอแต่ละชิ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การจัดวางโฆษณาสามารถสร้างยอดสั่งซื้อได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ข้อได้เปรียบหลักที่ 2: การทำงานร่วมกันในระดับโลกระหว่างยอดเข้าชมปกติและยอดเข้าชมจากโฆษณา การปรับเปลี่ยนการจัดเรียงตามปกติจะช่วยให้มีผู้มองเห็นผู้ค้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณา และส่งเสริม GMV ให้เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ
  • ข้อได้เปรียบหลักที่ 3: สิทธิพิเศษ : ค่าคอมมิชชั่นจะรวมอยู่ในการเสนอราคาโฆษณา คูปอง QCPX พิเศษ และการชดเชยค่าเสียหายอัตโนมัติ

ฟีเจอร์เพิ่มเติม(ในส่วนรายการที่ได้รับอนุญาต)

การแนะนำผลิตภัณฑ์:
การบูสต์ยอดผู้ชม คือโซลูชันการเข้าชมที่ผสานรวมกับ ROI เป้าหมายของ Live GMV Max เพื่อให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเพิ่มยอดเข้าชมไลฟ์สดได้ ผู้ลงโฆษณาจะต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้ยอดผู้ชมเพิ่มขึ้น โดยไม่กระทบต่อเป้าหมาย ROI หลัก
สิทธิประโยชน์หลักและกรณีการใช้งาน
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
📍 วิธีตั้งค่าการบูสต์ยอดผู้ชมให้ได้ผลดีที่สุด
การแนะนำผลิตภัณฑ์
การบูสต์ชิ้นงานโฆษณา คือฟีเจอร์ที่เข้ามาเสริมแคมเปญ ROI เป้าหมายของ Live GMV Max ของผู้ลงโฆษณา โดยอนุญาตให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมไปยังวิดีโอที่ต้องการทดสอบหรือเพิ่มการมองเห็นได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าชิ้นงานโฆษณาหลักๆ จะได้รับการมองเห็นอย่างเต็มที่ โดยทำงานควบคู่ไปกับแคมเปญ ROI เป้าหมาย
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด:
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ตั้งงบจำกัดและใช้การบูสต์ชิ้นงานโฆษณาในระยะสั้นๆ เพื่อเร่งการสำรวจวิดีโอที่อยู่ในสถานะ "รอคิว" หรือ "ไม่แสดงผล"
ตั้งงบจำกัดและใช้การบูสต์ชิ้นงานโฆษณาในระยะสั้นๆ เพื่อเร่งการสำรวจวิดีโอที่อยู่ในสถานะ "รอคิว" หรือ "ไม่แสดงผล"
สิทธิประโยชน์หลักและกรณีการใช้งาน
⚡️ ขยายการเข้าถึงวิดีโอที่มีศักยภาพสูง: ดึงผู้ชมเข้าสู่ห้องไลฟ์โดยโปรโมตวิดีโอที่ผู้ลงโฆษณาเชื่อว่ามีศักยภาพสูง เช่น วิดีโอโปรโมชั่นตามฤดูกาล หรือวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์
⚡️ ทดสอบและสำรวจชิ้นงานโฆษณา: ช่วยให้ทดสอบและเรียนรู้ชิ้นงานโฆษณาของผู้ลงโฆษณาได้เร็วขึ้น
⚡️ การโปรโมตชิ้นงานโฆษณาอย่างมีกลยุทธ์: โปรโมตวิดีโอที่ไม่ได้หวังผล ROI ทันที เช่น ผู้ขายอาจต้องการเร่งการแสดงผลวิดีโอของครีเอเตอร์ก่อนถึงเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ หรือโปรโมตวิดีโอบางตัวเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์โดยเฉพาะ
  • Live GMV Max: เปิดตัวการบูสต์ยอดผู้ชม
  • เพิ่มการเข้าถึงในช่วงพีคของฤดูกาล: ตั้งค่าการบูสต์ล่วงหน้าสำหรับ LIVE ที่วางแผนไว้ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม
  • เร่งการเริ่มต้นร้านค้าและบัญชีใหม่: ช่วยดึงดูดผู้ชมให้กับผู้ขายและบัญชี TikTok ใหม่
  • ยกระดับการมีส่วนร่วมของผู้จัด: เพิ่มยอดผู้ชมเพื่อให้ผู้ดำเนินรายการ/ผู้จัดของคุณมีแรงจูงใจ
  • ขยายการมองเห็นสินค้าใหม่และสินค้าหลัก: ช่วยให้แบรนด์ใหม่และสินค้าหลักของคุณมีผู้มองเห็นสูงสุดในช่วงเปิดตัวผ่าน LIVE
  • ตั้งค่าการบูสต์ยอดผู้ชมในระยะสั้นๆ ในจังหวะสำคัญของไลฟ์สด (เช่น ตอนเริ่มไลฟ์สด หรือหลังเปลี่ยนผู้จัดเมื่อจำนวนผู้ชมลดลง)
  • ตั้งค่าการบูสต์ยอดผู้ชมล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ระบบนำไปใช้ในอัลกอริทึมการเสนอราคา
  • Live GMV Max: เปิดตัวการบูสต์ชิ้นงานโฆษณา

ทำไมต้องใช้ GMV Max

4.2.1 ทำไม GMV Max จึงสำคัญต่อลูกค้าของเรา

  1. ใช้ประโยชน์จากคอนเทนต์ TikTok Shop ของคุณให้มากที่สุด: GMV Max จะดึงชิ้นงานโฆษณาทั้งหมดที่มีใน TikTok Shop รวมถึงชิ้นงานโฆษณาจากแอฟฟิลิเอตมาใช้ในการสร้าง แคมเปญโฆษณาชำระเงินแบบอัตโนมัติเพียงแคมเปญเดียว
  2. ไม่ต้องเดาอีกต่อไป: GMV Max จะช่วยสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพให้แคมเปญตั้งแต่ต้นจนจบโดยอัตโนมัติ ทำให้การเปิดตัวแคมเปญโฆษณาแบบชำระเงินเป็นเรื่องง่าย
  3. เพิ่มยอดขายบน TikTok Shop ของคุณ: GMV Max จะช่วยเพิ่มยอดขายรวมของคุณ รวมถึงยอดขายแบบออร์แกนิก ทำให้ TikTok Shop ของคุณมี GMV เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่อาจทำได้ด้วยวิธีการอื่น

4.2.2 GMV Max ดีต่อลูกค้าของเราอย่างไรบ้าง

  1. ตั้งค่าแคมเปญและปรับให้เหมาะสมได้ง่าย : เลือกสินค้า เป้าหมาย ROI และงบประมาณ จากนั้นระบบจะดูแลทุกอย่างให้อัตโนมัติ
  2. ใช้งบได้คุ้มค่ายิ่งขึ้น: เพิ่มผลลัพธ์ให้ถึงขีดสุดโดยไม่ใช้เงินเกินความจำเป็น ด้วยโมเดลการเสนอราคาที่ควบคุมต้นทุน
  3. เพิ่มรายได้ให้ร้านค้า: GMV Max มุ่งขยายผลกำไรของคุณ โดยใช้รายได้ส่วนเพิ่มเป็นตัวชี้วัดหลักของการเติบโตทางธุรกิจ
  4. เพิ่มยอดเข้าชมจากคอนเทนต์ทั้งหมด: GMV Max จะปรับปรุงยอดเข้าชมของ TikTok Shop ทุกช่องทาง เพื่อเพิ่ม ROI พร้อมมอบมุมมองผลการดำเนินงานแบบครบวงจร

4.2.3 ฐานลูกค้าและข้อได้เปรียบ

ฐานลูกค้า
เป้าหมายการโฆษณา
ระดับการปรับใช้
สิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับ GMV Max
ข้อได้เปรียบของ GMV Max
ข้อกำหนดในการดำเนินงานหลักของลูกค้า
ผู้ค้าที่ลงโฆษณาทั่วไป
สินค้า
☆☆☆☆☆
  • ระบบชดเชยผลตอบแทนอัตโนมัติ หาก ROI ไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนด
  • QCPX - ผู้ค้าที่ลงโฆษณาด้วย GMV Max จะได้รับคูปองที่สนับสนุนโดยแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้คอนเวอร์ชั่นโฆษณา และกระตุ้นการแสดงผลโฆษณาให้ดียิ่งขึ้น
  1. เลือกวิดีโอทั้งหมดได้ในคลิกเดียว ระบบจะช่วยผู้ค้าเลือกใช้สื่อโฆษณาได้
  2. ลงโฆษณาครอบคลุมทุกตำแหน่งได้ในคลิกเดียว โดยจับคู่กับการเข้าชมที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ
  3. สร้างและจัดการแผนโฆษณาโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานให้ซับซ้อน เพื่อเพิ่มการแสดงผลโฆษณาให้เต็มที่
  4. เพิ่มประสิทธิภาพให้การเข้าชมแบบออร์แกนิก เพื่อให้ผู้ค้าได้รับการมองเห็นแบบออร์แกนิกมากขึ้นจากการปรับปรุงอันดับ เพื่อยกระดับการเติบโตของ GMV แบบออร์แกนิก
  1. [ออนไลน์] ดูรายงานสินค้าและวิดีโอ เพื่อทำความเข้าใจผลลัพธ์ที่ได้จากสินค้าและวิดีโอนั้นๆ
  2. [ออนไลน์] เพิ่มค่าใช้จ่ายโฆษณาและดัน GMV ให้พุ่งในช่วงโปรโมชั่นใหญ่
LIVE
☆☆☆☆
  1. ใช้ฟุตเทจแบบ Video-to-LIVE โดยอัตโนมัติ เพื่อยกระดับการแสดงผลโฆษณาอย่างมีนัยสำคัญ
  2. สร้างและจัดการแผนโฆษณาโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานให้ซับซ้อน เพื่อเพิ่มการแสดงผลโฆษณาให้เต็มที่
  3. เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าชมตามธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ค้ามีการมองเห็นมากขึ้น โดยการปรับลำดับการแสดงผลแบบธรรมชาติ เพื่อยกระดับการเติบโตของ GMV ตามธรรมชาติ
  4. การให้เครดิตข้อมูลและรายงานสอดคล้องกับข้อมูลปฏิบัติการใน Seller Center ซึ่งแสดงให้เห็นถึง GMV ที่เพิ่มขึ้นระหว่างช่องทาง Live อย่างชัดเจน
  1. [การวางแผน] ดูประสิทธิภาพของวิดีโอ Live ใน LIVE ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้หรือไม่ใช้วิดีโอก็ได้
  2. [อยู่ระหว่างการพัฒนา] สามารถให้สิทธิ์และสร้างบัญชีการตลาดได้ในคลิกเดียว
  3. [การวางแผน] สามารถกำหนดเป้าหมายที่ไม่ซับซ้อน (การดึงผู้ชมให้อยู่กับวิดีโอ) ได้
ผู้ค้าที่ใช้โฆษณาในระดับสูง (มีแผนโฆษณาใหม่เกิน 50 แผนต่อวัน)
สินค้า
☆☆☆☆
  1. เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าชมตามธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ค้ามีการมองเห็นมากขึ้น โดยการปรับลำดับการแสดงผลแบบธรรมชาติ เพื่อยกระดับการเติบโตของ GMV ตามธรรมชาติ
  2. ระบบอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดตำแหน่งโฆษณาและลดกำลังคน
  1. [ออนไลน์] จัดสรรงบประมาณและทดสอบผลลัพธ์ของสินค้าตัวใหม่
  2. [ออนไลน์] เร่งประสิทธิภาพของวิดีโอและสำรวจเอฟเฟกต์วิดีโอใหม่ๆ
  3. [ออนไลน์] เพิ่มการใช้จ่ายโฆษณาและดัน GMV ให้พุ่งในช่วงโปรโมชั่นใหญ่
  4. [ออนไลน์] เพิ่มวิดีโอที่กำหนดเองด้วยตัวเอง และใส่ลิงก์นำทางสินค้า
LIVE
☆☆☆
  1. เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าชมตามธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ค้ามีการมองเห็นมากขึ้น โดยการปรับลำดับการแสดงผลแบบธรรมชาติ เพื่อยกระดับการเติบโตของ GMV ตามธรรมชาติ
/
ไม่เคย/แทบไม่เคยโฆษณาให้กับผู้ค้าผู้ลงโฆษณา
สินค้า
☆☆☆☆☆
  1. สร้างโฆษณาได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก ระบบช่วยปรับแต่งสินค้า เนื้อหา และตำแหน่งโฆษณาให้อัตโนมัติ และลดภาระการเรียนรู้ให้น้อยที่สุด
  2. สร้างและบริหารจัดการแผนโฆษณาโดยอัตโนมัติ เพื่อลดกำลังคน
  3. ระบบแนะนำสินค้าที่เหมาะสม พร้อมเสนอการเสนอราคาตาม ROI โดยอิงจากสภาพตลาดในอุตสาหกรรม
  4. โหมดกำหนดเป้าหมาย ROI ที่ควบคุมผล ROI ได้
  5. การให้เครดิตข้อมูลและการรายงานสอดคล้องกับข้อมูลปฏิบัติการใน Seller Center ทำให้เข้าใจได้อย่างราบรื่น
  1. [ตามแผน] แสดงผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้นหลังจากใช้แคมเปญ GMV Max
  2. [ตามแผน] สื่อวิดีโอที่ผลิตโดย AIGC
LIVE
☆☆☆☆☆
ผู้ค้ารายใหม่ในร้านค้า
สินค้า
☆☆☆☆☆
  1. สร้างโฆษณาได้ในคลิกเดียว โดยรองรับทุกตำแหน่งโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นฟีด/แท็บร้านค้า/ฟีเจอร์ค้นหา โดยใช้รูปแบบโฆษณาทั่วไป เช่น วิดีโอและการ์ดสินค้า เริ่มยิงแอดได้ง่าย ต้นทุนต่ำ แม้จะไม่มีวิดีโอโฆษณาก็ตาม
  2. ตั้งค่าการอนุญาตให้ใช้เนื้อหาจากอินฟลูเอนเซอร์เป็นชุดได้ โดยระบบจะเพิ่มและนำเนื้อหาเหล่านั้นมาใช้ในโฆษณาให้อัตโนมัติหลังจากผลิตเสร็จ
LIVE
☆☆☆☆
  1. การผนึกกำลังระหว่างโฆษณากับการเข้าชมแบบออร์แกนิก ทำให้ดึงดูดผู้ใช้ใหม่ได้ง่ายขึ้น
  1. [ตามแผน] สื่อวิดีโอที่ผลิตโดย AIGC
ผู้ค้าที่ต้องการใช้ตัวแทนหลายรายเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของแคมเปญพร้อมกัน
ไม่เหมาะสม

กลยุทธ์แคมเปญ GMV Max 📌📌📌

5.1 วิธีประเมินผลการดำเนินงาน (ทุกระยะ)

ดังนั้น คำสั่งซื้อทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากสินค้าโปรโมต รวมถึงคำสั่งซื้อจากคอนเทนต์แบบออร์แกนิกและคำสั่งซื้อจากแอฟฟิลิเอตจะถูกนับเป็น GMV Max
  • GMV Max จะใช้ประโยชน์จากชิ้นงานโฆษณาที่มีทั้งหมดโดยอัตโนมัติ และนำไปใช้ในรูปแบบ "ซูเปอร์แคมเปญ" ซึ่งผู้ขายไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ ด้วยตัวเอง
  • GMV Max เพิ่มประสิทธิภาพให้การแสดงผลแบบออร์แกนิก นอกเหนือไปจากการเข้าชมโฆษณาแบบชำระเงิน ซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาได้รับ GMV เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่สามารถทำได้หากไม่มี GMV Max
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำ GMV ของ Product GMV Max ไปเปรียบเทียบกับ Ads GMV ของ VSA/PSA เนื่องจากตัวชี้วัดทั้งสองนี้มีวิธีการให้เครดิตที่แตกต่างกัน
จากการให้เครดิตที่ไม่เหมือนใครของ GMV สำหรับ Product GMV Max เราขอแนะนำให้ผู้ขายเปรียบเทียบ GMV รวมจากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ทั้งก่อนและหลังการใช้งาน Product GMV Max เพื่อยืนยันว่าได้รับ GMV เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่
GMV ของ VSA/PSA
GMV ของ Product GMV Max
ระยะเวลาการให้เครดิต
7 วัน
ตามเวลาจริง เมื่อแคมเปญกำลังทำงานอยู่
วิธีการให้เครดิต
7 วันหลังการคลิก และ 1 วันหลังการรับชม
ระดับร้านค้า
1 วันหลังการคลิก
ระดับสินค้า
รวม GMV แบบออร์แกนิกหรือไม่
ไม่
ใช่

5.1.1 การตรวจสอบ GMV รวมจากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ของสินค้าที่โปรโมต

  1. เข้าสู่ระบบ Seller Center แล้วคลิก รายงานข้อมูล -> สินค้า
  2. ปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดผลให้แสดง GMV และ LIVE GMV ของสินค้า เพื่อให้คุณสามารถคำนวณหา GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ได้
    • GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ในหน้านี้จะไม่รวมเงินอุดหนุนราคาจากแพลตฟอร์ม และค่าที่ได้ควรต่ำกว่าค่า GMV ที่คุณสามารถดูได้จากแดชบอร์ดโฆษณา ซึ่งรวมเงินอุดหนุนราคา
    • นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบคำสั่งซื้อ SKU ของสินค้าที่เลือกในแดชบอร์ดนี้ได้ ซึ่งควรมีค่าเท่ากับคำสั่งซื้อ SKU ที่คุณดูได้จากแดชบอร์ดโฆษณา (คำสั่งซื้อและ SKU)
  3. เปลี่ยนช่วงเวลาเพื่อตรวจสอบว่ามี GMV เพิ่มขึ้นสำหรับสินค้าที่โปรโมตทั้งก่อนและหลังการใช้งาน Product GMV Max หรือไม่
    • *หมายเหตุ: GMV แบบออร์แกนิกจะผันผวนตามธรรมชาติอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้ขายอาจสังเกตเห็นว่า GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE จะลดลงเมื่อ GMV แบบออร์แกนิกตกลง โดยเฉพาะหลังช่วงจัดโปรโมชั่น หาก GMV แบบออร์แกนิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ GMV รวมจากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ก็จะลดลงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวจึงไม่เหมาะกับการประเมินประสิทธิภาพของ Product GMV Max เพราะอาจทำให้เข้าใจผิดว่าโฆษณาไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งที่จริงแล้ว การลดลงนั้นเกิดจาก GMV แบบออร์แกนิกของสินค้าที่ตกลง

5.1.2 GMV ไม่เพิ่มขึ้นใช่ไหม ให้ตรวจสอบว่าเป้าหมาย ROI/การตั้งค่างบประมาณเหมาะสมหรือไม่

ผู้ขายบางรายรายงานว่า GMV ไม่เพิ่มขึ้นเลยแม้จะใช้งาน Product GMV Max ไปแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้:
  1. ตั้งเป้าหมาย ROI สูงเกินกว่าค่าที่แนะนำ (ระดับย้อนหลัง) ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของโฆษณา และเป็นเรื่องปกติที่งบโฆษณาจะลดลงเมื่อตั้งเป้าหมาย ROI ให้สูงขึ้น
  2. ตั้งงบประมาณไว้ต่ำเกินไป ทำให้โฆษณาแสดงประสิทธิภาพได้ไม่เต็มที่
เป้าหมาย ROI ที่แนะนำ = GMV ย้อนหลังของสินค้าจากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE / งบโฆษณาย้อนหลังที่เคยใช้กับสินค้า
  • จากสูตรนี้จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้ว (1/เป้าหมาย ROI) คืออัตราต้นทุนทางการตลาดของสินค้า หากไม่เคยรันโฆษณามาก่อนและไม่มีข้อมูลย้อนหลัง คุณสามารถตั้งเป้าหมาย ROI ได้ตามอัตราต้นทุนทางการตลาดที่คุณต้องการ
คุณสามารถตั้งเป้าหมาย ROI ให้ต่ำลง หากยอมรับอัตราต้นทุนทางการตลาดที่สูงขึ้นได้ ปกติแล้ว การลดเป้าหมาย ROI มักจะทำให้ค่าใช้จ่ายและ GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE สูงขึ้น แต่หากตั้งเป้าหมาย ROI สูงกว่าระดับย้อนหลัง คุณจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายและ GMV ลดลง แต่จะได้อัตราต้นทุนทางการตลาดที่ต่ำลงแทนงบประมาณที่แนะนำ = 2 * GMV ย้อนหลังของสินค้าจากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE / เป้าหมาย ROI
  • โปรดจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 100% เพื่อเปิดโอกาสให้ GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE มีพื้นที่ในการเติบโต
  • อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่างบประมาณจะถูกใช้เต็มจำนวนก็ต่อเมื่อบรรลุเป้าหมาย ROI ที่ตั้งไว้ โดยทั่วไปแล้ว อาจเห็นอัตราการใช้งบต่ำ โดยเฉพาะเมื่อคุณตั้งเป้าหมาย ROI ไว้สูง
โปรดเพิ่มงบประมาณให้ทันการณ์ และคงอัตราการใช้งบไม่ให้เกิน 80% อยู่เสมอ

5.1.3 การเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง Product GMV Max กับ VSA/PSA

ในบางกรณี ผู้ขายอาจต้องการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่าง Product GMV Max กับ VSA/PSA ซึ่งสามารถทำได้โดยการคำนวณ ROI ของ VSA/PSA แล้วนำมาเทียบกับ ROI ของ Product GMV Max อย่างไรก็ตาม อย่านำค่า ROAS ของ VSA/PSA มาเปรียบเทียบกับ ROI ของ Product GMV Max ดังที่เราได้กล่าวไปแล้ว Ads GMV มีวิธีการให้เครดิตที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำ ROAS ไปเปรียบเทียบกับ ROI ได้
VSA/PSA
Product GMV Max
ROAS
Ads GMV / Ads Cost
-
ROI
GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ของสินค้าที่โปรโมต / งบโฆษณาที่ใช้กับสินค้าที่โปรโมต
Ads GMV / Ads Cost
ผู้ขายสามารถดู GMV จากช่องทางที่ไม่ใช่ LIVE ของสินค้าได้จาก Seller Center ตามคำแนะนำที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ และคำนวณ ROI ของ VSA/PSA ได้อย่างง่ายดาย ผู้ขายบางรายอาจรัน VSA/PSA และ Product GMV Max พร้อมกัน แต่ใช้กับสินค้าคนละตัว ซึ่งก็สามารถคำนวณ ROI ของสินค้าใน VSA/PSA แล้วนำมาเปรียบเทียบกับ ROI ของ Product GMV Max ได้เช่นกัน แม้จะเป็นสินค้าคนละรายการ แต่เรายังใช้การเปรียบเทียบ ROI เพื่อดูได้ว่าโฆษณารูปแบบใดมีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจาก 1/ROI คืออัตราต้นทุนทางการตลาด ดังนั้น ค่า ROI ที่สูงขึ้นจึงหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่าเสมอ

5.2 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด(ระยะเริ่มต้นใช้งาน/ระยะเริ่มต้นแบบไม่มีข้อมูล)

เครื่องมือปรับ
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
เป้าหมาย ROI
  • ตั้งเป้าหมาย ROI ที่สมเหตุสมผล โดยอิงจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง ผู้ขายสามารถทำตามเป้าหมาย ROI ที่แนะนำได้โดยตรง ซึ่งจะแสดงให้เห็นในระหว่างการสร้างแคมเปญ
งบประมาณ
  • ตั้งงบประมาณให้สูงกว่างบประมาณ BAU ในแคมเปญ VSA/PSA ประมาณ 1.5-2 เท่า
การเลือกสินค้า
  • พยายามใช้สินค้าทั้งหมด หรือเลือกสินค้าที่ขายดีที่สุดมารัน Product GMV Max
  • จัดกลุ่มสินค้าที่มีเป้าหมาย ROI ใกล้เคียงกันให้อยู่ในแคมเปญเดียวกัน
การเพิ่มประสิทธิภาพ
  • หากมีการใช้งบช้าเกินไปหลังจากติดตามผลมาตลอดทั้งวัน ให้พิจารณาลดเป้าหมาย ROI ลงเล็กน้อย แล้วเพิ่มชิ้นงานโฆษณาคุณภาพสูงเข้าไปอีก
  • หากมีการใช้งบเร็วเกินไปหลังจากติดตามผลมาตลอดทั้งวัน คุณสามารถเพิ่มงบแคมเปญหรือเพิ่มเป้าหมาย ROI ได้ หาก ROI ปัจจุบันยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง - โปรดจำไว้ว่าการใช้งบเร็วหมายแสดงว่าแคมเปญกำลังทำงานได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเป้าหมาย ROI บ่อยเกินไป ขอแนะนำว่าไม่ควรเปลี่ยนเกินวันละ 1 ครั้ง
    • GMV Max จะบรรลุเป้าหมาย ROI ในแต่ละวัน เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นค่า ROI ต่ำในช่วงเช้าและสูงในช่วงบ่าย หรือสลับกัน การปรับเป้าหมาย ROI บ่อยเกินไปอาจรบกวนกระบวนการเรียนรู้ของระบบโฆษณาได้ สำหรับเป้าหมาย ROI แต่ละค่าที่ตั้งไว้ ควรรันแคมเปญอย่างน้อย 3 วันเต็ม เพื่อเก็บข้อมูลที่ค่อนข้างแม่นยำก่อนที่จะทำการปรับเปลี่ยนใดๆ
ชิ้นงานโฆษณา
  • ใช้การเลือกอัตโนมัติแทนการเลือกด้วยตัวเอง เพื่อใช้ประโยชน์จากวิดีโอทั้งหมดโดยอัตโนมัติ และลบวิดีโอออกหลังจากเปิดตัวแคมเปญแล้ว
    • เราขอเแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ใช้การเลือกแบบอัตโนมัติ โปรดทำตามคำแนะนำในหัวข้อ "การเลือกชิ้นงานโฆษณา" เพื่อดูวิธีต่างๆ ในการควบคุมคอนเทนต์โฆษณาของคุณได้มากขึ้น
  • อนุมัติวิดีโอจากแอฟฟิลิเอตสำหรับ Product GMV Max เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
การเสนอราคา
  • ใช้ ROI เป้าหมาย หากคุณมี ROI เป้าหมายที่กำหนดไว้แน่นอน
  • ใช้การแสดงผลสูงสุด หากคุณทราบจำนวนที่ฉันต้องการใช้จ่ายกับ GMV Max
    • โปรดทราบว่าการแสดงผลสูงสุดจะไม่ปรับแคมเปญให้สอดคล้องกับ ROI เป้าหมายของผู้ลงโฆษณา และอาจทำให้ ROI มีความผันผวนได้บ้าง
  • ใช้การบูสต์ชิ้นงานโฆษณา หากคุณเชื่อว่าชิ้นงานโฆษณาบางตัวมีศักยภาพสูง แต่ระบบนำไปใช้น้อยเกินไป
    • โปรดทราบว่างบประมาณเพิ่มเติมกว่า 80% จะถูกใช้ไป แต่ไม่รับประกันว่า ROI จะเพิ่มขึ้น
  • ใช้ ROI เป้าหมาย โดยมีค่า ROI ที่ต่ำลง หากคุณทราบว่าฉันต้องการให้ GMV ถึงเท่าใด
    • ทำตามคำแนะนำ ROI ที่แบ่งระดับใหม่
การเลือกวิดีโอแบบกำหนดเองเทียบกับแบบอัตโนมัติ
ขอแนะนำให้ใช้การเลือกอัตโนมัติใน GMV Max เพื่อให้แคมเปญทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โปรดทราบว่าหากผู้ลงโฆษณาต้องการตรวจสอบว่าวิดีโอใดจะถูกนำมาใช้ในแคมเปญ GMV Max ระบบจะยังไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ก่อนที่แคมเปญจะเริ่มทำงาน เนื่องจากมีวิดีโอหลายประเภทที่ระบบจะดึงมาใช้ในแคมเปญเลือกอัตโนมัติ ซึ่งจะไม่ปรากฏในหน้าต่างเลือกด้วยตัวเอง
  • เลือกอัตโนมัติ
    • ไม่จำกัดจำนวนวิดีโอที่ใช้ในแคมเปญ
    • ใช้ประโยชน์จากวิดีโอที่มีอยู่เดิมและวิดีโอที่จะโพสต์ในอนาคต โดยระบบจะสำรวจและคัดเลือกโดยอัตโนมัติ
    • รองรับวิดีโอที่มีลิงก์นำทางสินค้าสำหรับสินค้าชิ้นเดียวและหลายชิ้น
    • สามารถใช้วิดีโอ ACA ได้
    • สามารถนำวิดีโอคุณภาพสูงที่เคยใช้ใน VSA สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องมาใช้ได้ แม้ว่าวิดีโอนั้นจะไม่มีลิงก์นำทางสินค้า (รวมถึงวิดีโอที่ใช้สำหรับโฆษณาเท่านั้น)
  • เลือกด้วยตัวเอง
    • จำกัดจำนวนวิดีโอ โดยแต่ละแคมเปญใช้วิดีโอได้สูงสุด 50 รายการ
    • ยังต้องเพิ่มหรือลบวิดีโอด้วยตัวเองอยู่
    • รองรับวิดีโอที่มีลิงก์นำทางสินค้าสำหรับสินค้าชิ้นเดียวและหลายชิ้น
    • สามารถใช้วิดีโอ ACA ได้
    • ไม่สามารถใช้วิดีโอที่ไม่มีลิงก์นำทางสินค้าได้

5.3 แผนการเพิ่มประสิทธิภาพให้แคมเปญขั้นสูง(ระยะขยายผล)

เนื่องจาก GMV Max เป็นระบบที่ทำงานโดยอัตโนมัติทั้งหมด ผู้ลงโฆษณาจึงมีเครื่องมือปรับประสิทธิภาพให้เลือกไม่มากนัก แนวคิดหลักของ GMV Max คือการเพิ่มประสิทธิภาพให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาใส่ใจกับชิ้นงานโฆษณามากขึ้น
เครื่องมือปรับ
วิธีการ
คุณค่าและเหตุผลที่ได้ผล
  1. เพิ่มชิ้นงานโฆษณาคุณภาพสูง
ชำระเงิน
แต่ละแคมเปญจะสร้างกลุ่มโฆษณาหลายกลุ่ม และกำหนดชิ้นงานโฆษณาบางส่วนให้กับแต่ละกลุ่ม จากนั้นระบบจะทำการทดสอบและปรับแต่งชิ้นงานโฆษณาแบบเรียลไทม์กับกลุ่มเป้าหมาย การเสนอราคา ตำแหน่งโฆษณา และรูปแบบโฆษณาที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับโฆษณา VSA แบบกำหนดเอง แคมเปญจำเป็นต้องมีชิ้นงานโฆษณาใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาชิ้นงานโฆษณาซ้ำซาก
  1. ลดเป้าหมาย ROI ลง
ชำระเงิน
เพื่อให้แคมเปญขยายผลต่อได้ ระบบจำเป็นต้องรักษาผลลัพธ์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ROI ที่ลูกค้ากำหนดไว้ ในกรณีที่แคมเปญหยุดใช้งบ เป็นไปได้ว่าหากแคมเปญใช้จ่ายมากขึ้น อาจทำให้รักษาเป้าหมาย ROI ไว้ไม่ได้ แคมเปญจึงหยุดใช้งบเพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้ การลดเป้าหมาย ROI ลงจะช่วยให้แคมเปญมีพื้นที่ในการใช้งบมากขึ้น แม้ว่าจะได้ผลตอบแทนที่น้อยลง แต่แคมเปญจะกลับมาใช้งบได้มากขึ้น
  1. เปิดใช้งานช่วงโปรโมชั่น
ชำระเงิน
เปิดโอกาสให้ผู้ขายลดเป้าหมาย ROI ลงในช่วงโปรโมชั่นสำคัญ เพื่อกระตุ้น GMV และเพิ่มผลกำไรรวมให้ร้านค้า
  1. ใช้การแสดงผลสูงสุด
ชำระเงิน
ทดสอบการแสดงผลสูงสุดกับสินค้าชิ้นที่มียอดขายต่ำกว่าที่คาดไว้ โปรดทราบว่าการแสดงผลสูงสุดจะไม่ปรับแคมเปญให้สอดคล้องกับ ROI เป้าหมายของผู้ลงโฆษณา และอาจทำให้ ROI มีความผันผวนได้บ้าง
  1. ใช้การบูสต์ชิ้นงานโฆษณา
ชำระเงิน
จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในแต่ละวัน เพื่อโปรโมตวิดีโอที่ผู้ลงโฆษณาเชื่อว่ามีศักยภาพสูงด้วยตัวเอง แต่ระบบแสดงผลน้อยเกินไป โปรดทราบว่างบประมาณเพิ่มเติมกว่า 80% จะถูกใช้ไป แต่ไม่รับประกันว่า ROI จะเพิ่มขึ้น
  1. เพิ่มความน่าสนใจของสินค้า
การจัดหน้าร้าน
(ออร์แกนิก)
ยิ่งสินค้าดึงดูดใจผู้บริโภคในด้านราคามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อ GMV แบบออร์แกนิกเพิ่มขึ้น ค่า ROI ก็จะดีขึ้นตาม ทำให้แคมเปญมีพื้นที่ในการใช้งบเพิ่มขึ้น โดยยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้
  1. เพิ่มคอนเทนต์แบบออร์แกนิก
ออร์แกนิก
เมื่อมีคอนเทนต์แบบออร์แกนิกในระบบมากขึ้น ยอดขายโดยรวมก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อ GMV แบบออร์แกนิกเพิ่มขึ้น ค่า ROI ก็จะดีขึ้นตาม ทำให้แคมเปญมีพื้นที่ในการใช้งบเพิ่มขึ้น โดยยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้

คู่มือการปรับปรุงผลการดำเนินงาน🎯

แนวทางการปรับปรุง Product/Live GMV Max[สำหรับภายในเท่านั้น]

6.1 Product GMV Max

6.1.1 SOP การแก้ปัญหาด้วยตัวเองสำหรับ PGM

ก. การแก้ไขปัญหาการตั้งค่า

  1. ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง
  • สิทธิ์ในการจัดการบัญชี TikTok🔎l ทางการของร้านค้า และแท็บโฆษณาร้านค้าใน Seller Center (บทบาทผู้ดูแลระบบของร้านค้า)
  • สิทธิ์ในการจัดการบัญชีโฆษณาและบัญชี TikTok ที่เชื่อมโยงอยู่ในศูนย์ธุรกิจ (บทบาทผู้ดูแลระบบ BC)
    • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชี TikTok ที่เชื่อมโยงทั้งหมดได้มอบสิทธิ์การโฆษณาให้ผู้ใช้แล้ว
  • หากต้องการรัน Product GMV Max ใน Seller Center ผู้ใช้จะต้องมีสิทธิ์ดังต่อไปนี้:
    1. สินค้าไม่พร้อมใช้งาน
    การแก้ไขปัญหาด้านผลการดำเนินงาน
    • หากสินค้าฝ่าฝืนกฎ หรือติดปัญหาสต็อกหมด สินค้าที่ไม่พร้อมใช้งานในฝั่งอีคอมเมิร์ซจะไม่สามารถใช้สร้างโฆษณาได้
    • หากคุณปิดแคมเปญเดิม แล้วพบว่าสินค้าขึ้นสถานะว่า "ไม่พร้อมใช้งาน" ขณะสร้างแคมเปญใหม่ โปรดรอประมาณ 5 นาที เพื่อให้ระบบปลดล็อกสินค้าจากแคมเปญเดิมก่อน
    • หากยังพบปัญหาอื่นๆ ให้แจ้งปัญหาไปยังตัวแทนฝ่ายขายของคุณ พร้อมระบุ ID สินค้าที่ได้รับผลกระทบ
    เครื่องมือปรับ
    แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด
    เป้าหมาย ROI
    • ตั้งเป้าหมาย ROI ที่สมเหตุสมผล โดยอิงจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง ผู้ขายสามารถทำตามเป้าหมาย ROI ที่แนะนำได้โดยตรง ซึ่งจะแสดงให้เห็นในระหว่างการสร้างแคมเปญ โปรดทราบว่านี่คือ ROI เป้าหมายสูงสุดที่แนะนำ และผู้ขายควรปฏิบัติตามค่าที่แนะนำหรือต่ำกว่า
    โปรดทราบว่าค่า ROI ที่แนะนำนี้อ้างอิงตามผลการดำเนินงานย้อนหลังและต้นทุนโฆษณาเป็นหลัก
    • เช่น สำหรับ LIVE GMV Max ยอด LIVE GMV ของ TikTok ID ในช่วง 7 วันที่ผ่านมาคือ $1000 USD ส่วนต้นทุนโฆษณา LSA ในช่วง 7 วันที่ผ่านมาคือ $50 USD
      • ROI ที่แนะนำสำหรับ LIVE GMV Max: $1000/$50 = 20
    งบประมาณ
    • ตั้งงบประมาณแคมเปญให้สูง เพื่อให้ระบบแสดงโฆษณาได้อย่างต่อเนื่อง โปรดจำไว้ว่างบประมาณจะไม่ถูกใช้จนหมด เว้นแต่จะทำได้ตาม ROI เป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้ขายสามารถทำตามงบประมาณที่แนะนำ ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในระหว่างการสร้างแคมเปญ
    การเพิ่มประสิทธิภาพ
    • หากมีการใช้งบช้าเกินไปหลังจากติดตามผลมาตลอดทั้งวัน ให้พิจารณาลดเป้าหมาย ROI ลงเล็กน้อย แล้วเพิ่มชิ้นงานโฆษณาคุณภาพสูงเข้าไปอีก
    • หากมีการใช้งบเร็วเกินไปหลังจากติดตามผลมาตลอดทั้งวัน คุณสามารถเพิ่มงบแคมเปญหรือเพิ่มเป้าหมาย ROI ได้ หาก ROI ปัจจุบันยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง - โปรดจำไว้ว่าการใช้งบเร็วหมายแสดงว่าแคมเปญกำลังทำงานได้ดี
    • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนเป้าหมาย ROI บ่อยเกินไป ขอแนะนำว่าไม่ควรเปลี่ยนเกินวันละ 1 ครั้ง
    การเลือกห้องไลฟ์
    • เลือกห้องไลฟ์ที่ทำผลงานได้ดี (บัญชี TikTok) เพื่อรัน LIVE GMV Max ที่มีการ LIVE สม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยควรเป็นห้องที่มียอด GMV เกิน $1000 USD ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
    ชิ้นงานโฆษณา
    • เนื่องจากระบบจะนำชิ้นงานโฆษณาแบบ Video-to-LIVE มาใช้สำหรับ LIVE GMV Max โดยอัตโนมัติ เราจึงแนะนำให้อัปโหลดวิดีโอเป็นประจำ โดยวิดีโอเหล่านั้นควรนำผู้ใช้เข้าสู่ LIVE / วิดีโอที่มีสินค้าที่จะโปรโมตในห้องไลฟ์

    6.2.2 แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับช่วงเมกะเซล

    ก. กำหนดเป้าหมายหลัก

    มุมมองของลูกค้า
    ฉันมี ROI เป้าหมายที่กำหนดไว้แน่นอน
    ฉันรู้จำนวนเงินที่ต้องการใช้จ่ายไปกับ GMV Max ในช่วงเมกะเซล
    ฉันรู้ว่าต้องการทำ GMV ให้ได้เท่าไหร่ในช่วงเมกะเซล
    เป้าหมายหลักของลูกค้า
    1. ต้องการแสดงโฆษณาให้ได้มากที่สุดและทำยอด GMV ให้พุ่งถึงขีดสุด โดยยังคงรักษา ROI ที่ต้องการไว้ได้
    1. ต้องการใช้จ่ายงบประมาณตามที่กำหนดไว้แน่นอน โดยยอมให้ ROI มีความผันผวนได้บ้าง
    1. ต้องการทำยอด GMV ให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยยืดหยุ่นเรื่อง ROI หรืองบประมาณได้มากขึ้น
    แม้ว่าคนทั่วไปจะต้องการ 1. ROI ที่ดี 2. การใช้งบเต็มประสิทธิภาพ และ 3. ยอด GMV ที่สูง แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดหวังให้ระบบทำได้ครบทุกอย่าง ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายหลักของคุณให้ชัดเจนก่อนถึงช่วงเมกะเซล จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
    ฉันมี ROI เป้าหมายที่กำหนดไว้แน่นอนสำหรับ GMV Max
    • โปรไฟล์ลูกค้า: สำหรับลูกค้าที่ต้องการแสดงโฆษณาให้ได้มากที่สุดและทำยอด GMV ให้พุ่งถึงขีดสุด โดยยังคงรักษา ROI ที่ต้องการไว้ได้
    กลยุทธ์การเสนอราคา
    งบประมาณ
    • ROI เป้าหมาย
    • ตั้งเป้าหมาย ROI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ
    • ตั้งงบประมาณแคมเปญให้สูง (อย่างน้อย 3-4 เท่าของช่วง BAU) เพื่อให้ระบบแสดงโฆษณาได้อย่างต่อเนื่อง
    ฉันรู้จำนวนเงินที่ต้องการใช้จ่ายไปกับ GMV Max ในช่วงเมกะเซล
    • ทำตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดของห้องไลฟ์ และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างผู้จัดเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ LIVE เพราะผลการดำเนินงานของแคมเปญส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของห้องไลฟ์
    • โพสต์วิดีโอเพิ่มเติมที่นำเสนอสินค้าที่โชว์ในไลฟ์สด และเชิญชวนให้ผู้ใช้เข้าร่วม LIVE ระบบจะใช้ฟีเจอร์ชิ้นงานโฆษณาแบบ Video-to-LIVE กับแคมเปญของคุณโดยอัตโนมัติ
    • สิ่งที่ช่วยให้แคมเปญของฉันใช้จ่ายได้มากขึ้นและเพิ่มผลลัพธ์สูงสุดในเมกะเซล โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย
      • โปรไฟล์ลูกค้า: สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้งบประมาณกับโฆษณาร้านค้าตามที่กำหนดไว้ และยอมให้ ROI มีความผันผวนได้บ้าง ซึ่งมักเป็นกลุ่มลูกค้าที่ได้เซ็นสัญญาแพ็กเกจกับ TTS และมีภาระผูกพันในการใช้จ่ายให้ครบตามข้อตกลง
      กลยุทธ์การเสนอราคา
      งบประมาณ
      • การแสดงผลสูงสุด
      • หากเลือกที่จะยึดตาม ROI เป้าหมาย ให้ปรับเป้าหมาย ROI ให้สอดคล้องกับต้นทุนเป้าหมายของคุณและการเติบโตของ GMV ที่คาดหวัง
      • ตั้งงบประมาณขั้นต่ำให้เท่ากับจำนวนเงินที่ต้องการใช้จ่ายจริงในวันนั้น
      • ตั้งงบประมาณแคมเปญให้สูง (อย่างน้อย 3-4 เท่าของช่วง BAU) เพื่อให้ระบบแสดงโฆษณาได้อย่างต่อเนื่อง

      ข. แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดอื่นๆ ในช่วงเมกะเซล

      • สินค้าที่ขายดีแต่มีสต็อกจำกัดอาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อศักยภาพในการขยายผลของ GMV Max
      1. ชิ้นงานโฆษณาที่มีจำนวนจำกัดอาจทำให้โฆษณาซ้ำซากและประสิทธิภาพตกลง
      2. สำหรับ LIVE GMV Max ขอแนะนำให้สร้างวิดีโอโฆษณาที่เชิญชวนให้ผู้ใช้เข้าห้องไลฟ์
      1. ส่วนลดแบบจัดเต็มจากแพลตฟอร์มอื่นอาจส่งผลให้ TikTok Shop มี CVR% ลดลง
      1. ให้ความสำคัญกับนโยบายของ TikTok Shop และหลีกเลี่ยงการละเมิดนโยบายการกลั่นกรองในระดับสินค้า ซึ่งอาจส่งผลให้โฆษณาถูกปฏิเสธ
      2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสินค้าคงคลังเพียงพอและคงที่ โดยเฉพาะสินค้าที่ทำยอดขายได้ดี
        • คงชิ้นงานโฆษณาให้มีความหลากหลายและมีปริมาณที่เพียงพอ
          1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าราคาสามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นได้ในช่วงฤดูกาลขายสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับร้านค้าใหม่
            คำอธิบายตัวชี้วัดของ GMV Max
            • ต้นทุน: จำนวนเงินทั้งหมดที่คุณใช้จ่ายไปกับโฆษณาตลอดระยะเวลาที่แคมเปญทำงาน
            • คำสั่งซื้อ (SKU): จำนวนคำสั่งซื้อ SKU แต่ละรายการที่เสร็จสมบูรณ์ในช่วงที่แคมเปญ GMV Max ทำงาน
            • ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อ: ต้นทุนเฉลี่ยที่เกิดขึ้นสำหรับคำสั่งซื้อแต่ละรายการ (ต้นทุน/จำนวนคำสั่งซื้อ)
            • รายได้รวมทั้งหมด: รายได้รวมทั้งหมดจากคำสั่งซื้อบน TikTok Shop ที่ระบุว่ามาจากแคมเปญของคุณ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ผู้ใช้จ่าย บวกกับเงินอุดหนุนราคาจาก TikTok Shop ที่มอบให้ผู้ใช้ (ไม่รวมเงินอุดหนุนค่าจัดส่งและภาษี)
            • ROI: ผลตอบแทนจากการลงทุนรวม (ROI) จากคำสั่งซื้อทั้งหมดบน TikTok Shop ที่ระบุว่ามาจากแคมเปญของคุณ (รายได้รวมทั้งหมด/ต้นทุน)
            ความช่วยเหลือ/ถาม-ตอบ 💡
            8.1 การแก้ไขปัญหา
            ปัญหาสาเหตุที่เป็นไปได้ การแก้ไขปัญหา / ข้อเสนอแนะ
            ไม่มีต้นทุน ไม่มี ROI
            • บัญชีโฆษณาของคุณไม่มีเงินคงเหลือ
            • โปรดตรวจสอบยอดเงินในบัญชีโฆษณาของคุณและเติมเงิน
            ROI จริงสูงกว่า 120% ของเป้าหมาย ROI
            • แคมเปญกำลังใช้งบประมาณแคมเปญทั้งหมด และมีการนับรวม GMV แบบออร์แกนิกเข้าไว้ด้วย ทำให้ค่า ROI สูงเกินจริง
            • เพิ่มงบประมาณแคมเปญ โปรดทราบว่าเมื่อเพิ่มงบประมาณแคมเปญแล้ว ค่า ROI จะลดลงมาอยู่ที่ 80-120% ของเป้าหมาย ROI การที่ ROI สูงกว่า 120% ของเป้าหมาย ROI ถือเป็นพฤติการณ์ที่ผิดปกติ
            อัตราการบรรลุเป้าหมาย ROI ต่ำกว่า 90%
            • ระบบยังอยู่ในช่วงสำรวจ
            • ผู้ลงโฆษณาเพิ่มเป้าหมาย ROI ในวันที่ค่า ROI ต่ำ
            • จำนวนคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอนและคาดเดาไม่ได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อสินค้าเป็นสินค้าใหม่ใน TikTok Shop และมียอด GMV รายวันที่ไม่สม่ำเสมอ
            • หากเป็นแคมเปญใหม่หรือเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ROI โปรดสังเกตการณ์ต่อไปอีก 2-3 วัน
            • หากเป็นสินค้าใหม่ ให้สังเกตเป้าหมาย ROI เป็นรายสัปดาห์แทนการสังเกตเป็นรายวัน
            เป้าหมาย ROI ที่แนะนำต่ำกว่าที่คาดหวังไว้
            • ผู้ขายอาจทำค่า ROAS ได้สูงกว่าเมื่อใช้ VSA/PSA เนื่องจากค่าเหล่านั้นนับรวม GMV ของสินค้าอื่นๆ ด้วย และมีระยะเวลาการให้เครดิตยาวถึง 7 วัน ค่า ROI ที่แนะนำนี้คำนวณจากผลการดำเนินงานย้อนหลังของร้านค้า - ยอด GMV ของสินค้าที่เลือก / ต้นทุนโฆษณาที่ใช้ไปกับสินค้าในหนึ่งวัน ซึ่งสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการลงทุนที่แท้จริง
            • โปรดทำตามค่า ROI ที่แนะนำ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายโฆษณายังคงใกล้เคียงกับในอดีต คุณอาจเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่ลดลง หากปรับเป้าหมาย ROI ให้สูงขึ้น คุณควรปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของสินค้า (เช่น การลดราคา) และพัฒนาคุณภาพของชิ้นงานโฆษณาเพื่อให้ถึงค่า ROI ที่คุณต้องการ
            การใช้งบประมาณต่ำ
            • นี่ไม่ใช่ปัญหา GMV Max จะใช้จ่ายงบประมาณก็ต่อเมื่อบรรลุเป้าหมาย ROI ที่ตั้งไว้ได้เท่านั้น
            • งบประมาณที่แนะนำในแพลตฟอร์มไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณควรใช้จนหมดตลอดช่วงแคมเปญ ขณะนี้เราขอแนะนำให้ตั้งงบประมาณที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยใน VSA/PSA สัก 1.5-2 เท่า เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอ
            • วิธีพิจารณาว่าปัญหาอยู่ที่ค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณจริงหรือไม่ คือการเปรียบเทียบอัตราการใช้งบประมาณของคุณกับ VSA/PSA ก่อน ค่าใช้จ่ายของคุณควรอยู่ในช่วงเดียวกันกับค่าใช้จ่ายในแคมเปญ VSA/PSA
            • คุณสามารถลดเป้าหมาย ROI เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย หรือคุณสามารถปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของสินค้า (เช่น การลดราคา) และพัฒนาคุณภาพของชิ้นงานโฆษณาเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายได้
            ค่าใช้จ่ายแคมเปญต่ำกว่าที่คาดหวังไว้
            • แคมเปญมีงบประมาณไม่เพียงพอ
            • ทำตามงบประมาณที่แนะนำ หรืออย่างน้อยเพิ่มงบประมาณแคมเปญเพื่อให้ BU ต่ำกว่า 80%
            • เป้าหมาย ROI สูงเกินไป คุณไม่ได้ทำตามค่า ROI ที่แนะนำ
            • ลดเป้าหมาย ROI ลงเพื่อเร่งการใช้จ่าย ทำตามคำแนะนำของแพลตฟอร์ม
            • ใช้การเลือกวิดีโอแบบกำหนดเอง แทนที่จะเลือกวิดีโออัตโนมัติ ทำให้มีวิดีโอไม่เพียงพอ
            • สร้างแคมเปญใหม่ โดยใช้การเลือกวิดีโออัตโนมัติ
            • บัญชี TT บางบัญชี โดยเฉพาะบัญชีที่มีชิ้นงานโฆษณาที่ดี ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้กับ GMV Max
            • ตรวจสอบว่าระบบนำบัญชี TT ที่มีอยู่ทั้งหมดมาใช้ในแคมเปญแล้วหรือไม่ หากไม่ได้นำมาใช้ โปรดเชื่อมโยงบัญชีเหล่านั้นเข้ากับร้านค้า และอนุมัติให้ใช้กับ GMV Max คุณสามารถอ้างอิงเอกสารนี้เพื่อดำเนินการดังที่กล่าวมาแล้ว: [โฆษณาร้านค้า | PSO] คำแนะนำชิ้นงานโฆษณาสำหรับ Product GMV Max
            • โพสต์ Spark Ads (วิดีโอโค้ด) บางโพสต์ โดยเฉพาะโพสต์ที่ทำผลงานได้ดี ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้กับ GMV Max
            • ชิ้นงานโฆษณาเริ่มซ้ำซากจำเจ
            • คุณสามารถตรวจสอบยอด GMV รายวันที่ชิ้นงานโฆษณาของคุณทำได้จากรายงานระดับวิดีโอใน GMV Max หากพบว่ายอดลดลง โปรดผลิตและเพิ่มชิ้นงานโฆษณาใหม่ๆ เข้ามาใน GMV Max เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
            • ชิ้นงานโฆษณาที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดถูกถอดออกจากแคมเปญ
            • เพิ่มชิ้นงานโฆษณาที่มีค่าใช้จ่ายสูงสุดกลับเข้าไปในแคมเปญ
            • นี่ไม่ถือว่าเป็นปัญหา หาก GMV Max มีการใช้จ่ายมากกว่า VSA/PSA อยู่แล้ว ในขณะที่คุณได้ตั้งค่า ROI ที่สมเหตุสมผล
            • คุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ความสามารถในการแข่งขันของสินค้า (เช่น การลดราคา) และพัฒนาคุณภาพของชิ้นงานโฆษณาเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย
            • โยกย้ายสินค้าไปยัง GMV Max มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย (แนะนำวิธีนี้)
            การใช้จ่ายรายวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
            • สินค้าอย่างน้อยหนึ่งรายการไม่มีในสต็อก
            • ตรวจสอบว่ามีสินค้าในสต็อก
            • สินค้าไม่มีส่วนลดราคาหรือเงินอุดหนุนจากแพลตฟอร์มแล้ว
            • เพิ่มส่วนลดสินค้าเพื่อกระตุ้นผู้ใช้ให้ซื้อสินค้าของคุณ
            • สินค้าเพิ่งออกจากการเข้าร่วมแคมเปญของแพลตฟอร์ม
            • สินค้าที่หลุดจากแคมเปญการขายของแพลตฟอร์ม มักมียอดขายลดลงตามปกติ

            8.2 ปัญหาระบบทำงานผิดปกติ

            8.3 ประเด็นพูดคุย
            • ความคลาดเคลื่อนของตัวชี้วัดรายงาน/การให้เครดิต
            • ช่วงเวลาที่ ROI ไม่เป็นไปตามเป้าหมายเป็นเวลานาน (ทำได้น้อยกว่า 80% ของเป้าหมาย)
            • ปัญหาเกี่ยวกับรายงานหรือการแสดงผลของแคมเปญ GMV Max ในระบบ 3M
            • ปรับใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการขยายผล (เช่น การลด ROI เป้าหมาย) แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
            • แคมเปญ GMV Max ไม่ใช้จ่ายงบ (ไม่มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น หรือหยุดใช้งบกะทันหัน)
            • พบข้อผิดพลาดหรือปัญหาใน Seller Center หรือ ผู้ดูแลร้านค้าของคุณ
            ข้อมูลผลการดำเนินงานแบบผสมผสาน
            ทำไมคุณถึงไม่แยกผลการดำเนินงานแบบชำระเงินและแบบออร์แกนิกออกจากกัน
            ฉันอยากดูผลการดำเนินงานแบบชำระเงินกับแบบออร์แกนิกแยกกันได้ไหม
            GMV Max จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ที่มาของการเข้าชมทั้งหมดใน TikTok Shop ไม่ว่าจะเป็นแบบชำระเงิน แบบออร์แกนิก และแอฟฟิลิเอต เพื่อให้ร้านค้าหรือสินค้าของคุณทำผลงานโดยรวมได้ดีขึ้นและเพิ่ม ROI สูงสุด ผลลัพธ์ที่ได้คือ GMV Max จะรายงานข้อมูลแบบผสมผสาน เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของผลการดำเนินงานของร้านคุณ แม้ว่าผู้ลงโฆษณาหลายรายจะชื่นชม GMV Max ในเรื่องประสิทธิภาพ แต่บางรายก็พบว่าต้องใช้เวลาปรับตัวให้คุ้นเคยกับรายงานแบบผสมผสานนี้พอสมควร คุณจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนเมื่อจะทดสอบ GMV Max เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมรับมือโครงสร้างการรายงานได้อย่างเต็มที่
            การให้เครดิตข้อมูลแบบออร์แกนิก
            ทำไม GMV Max ถึงให้เครดิตข้อมูลแบบออร์แกนิกด้วย
            GMV Max จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ที่มาของการเข้าชมทั้งหมดใน TikTok Shop ไม่ว่าจะเป็นแบบชำระเงิน แบบออร์แกนิก และแอฟฟิลิเอต เพื่อให้ร้านค้าหรือสินค้าของคุณทำผลงานโดยรวมได้ดีขึ้นและเพิ่ม ROI สูงสุด GMV Max จะดำเนินการดังกล่าวโดยเพิ่มประสิทธิภาพให้การเข้าชมแบบชำระเงินและแบบออร์แกนิกใน TikTok Shop ของคุณ เพื่อสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจและปรับปรุงผลประกอบการโดยรวม ผลลัพธ์ที่ได้คือ GMV Max จะรายงานข้อมูลแบบผสมผสาน เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของผลการดำเนินงานของร้านคุณ
            ผลการดำเนินงานของฉันไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
            ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่า GMV Max กำลังทำงานได้ผล
            (*ประเด็นนี้สามารถใช้ควบคู่กับ "ฉันใช้งบประมาณไม่มากเท่าที่ต้องการ" ได้เช่นกัน)
            GMV Max ต่างจากโซลูชันโฆษณาอื่นๆ ที่มุ่งเน้นแต่การเพิ่ม ROAS เพียงอย่างเดียว โดยออกแบบมาเพื่อปรับปรุงผลประกอบการโดยรวมให้ธุรกิจของคุณ ดังนั้น ตัวชี้วัดหลักในการประเมินผลการดำเนินงานคือ GMV ที่เพิ่มขึ้น โดยปกติแล้ว สามารถวัดผลได้โดยการเปรียบเทียบ GMV ของคุณทั้งก่อนและหลังการรัน GMV Max วิธีนี้จะช่วยให้คุณติดตามผลกระทบที่แท้จริงต่อการเติบโตทางธุรกิจของคุณได้
            ฉันใช้งบประมาณไม่มากเท่าที่ต้องการ
            ฉันอยากรักษาผลการดำเนินงานนี้ไว้และขยายผลให้มากขึ้น
            สำหรับ GMV Max ค่าใช้จ่ายโฆษณาจะเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเป้าหมาย ROI ที่คุณตั้งไว้ แม้ว่า GMV Max จะอนุญาตให้มีการใช้จ่ายสูงกว่าโฆษณามาตรฐานโดยทั่วไป แต่ระบบจะใช้จ่ายมากขึ้นก็ต่อเมื่อแพลตฟอร์มมั่นใจว่าจะรักษาค่า ROI ได้ตรงตามเป้า หากแคมเปญของคุณใช้จ่ายไม่มากเท่าที่ควร ส่วนใหญ่สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในการทำ ROI ให้ได้ตรงตามเป้าในระดับการใช้จ่ายที่สูงขึ้น เพื่อให้แคมเปญใช้จ่ายได้มากขึ้น ขอแนะนำให้คุณลด ROI เป้าหมายลงให้อยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล โดยใช้คำแนะนำในแพลตฟอร์มเป็นแนวทาง การใช้จ่ายงบไม่ควรถูกใช้เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก แต่ให้ใช้เป็นสัญญาณว่าเมื่อใดควรเพิ่มงบเท่านั้น
            นอกจากนี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายมีความสัมพันธ์โดยตรงกับ GMV ความผันผวนของรายได้ใน TikTok Shop อาจทำให้ค่าใช้จ่ายโฆษณาบน GMV Max เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งพฤติกรรมนี้ถือเป็นเรื่องปกติและสอดคล้องกับแนวทางของแพลตฟอร์มในการรักษาผลการดำเนินงาน
            ค่า ROI ที่แนะนำสูงเกินไป
            ฉันควรทำตามค่านี้ไหม
            ค่า ROI ที่แนะนำนั้นแสดงถึงเปอร์เซ็นต์ของรายได้ร้านค้าที่คุณได้ลงทุนกลับเข้าไปในโฆษณาร้านค้าในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา หากคุณสร้างรายได้ร้านค้าได้มาก แต่มีค่าใช้จ่ายโฆษณาน้อย ตัวเลขนี้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
            เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกเป้าหมาย ROI ที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจได้ ให้พิจารณาว่าคุณยินดีลงทุนซ้ำใน GMV Max เป็นสัดส่วนเท่าไหร่จากรายได้ร้านค้า และใช้สัดส่วนนั้นเป็นเกณฑ์มาตรฐานของ ROI วิธีนี้จะช่วยให้คุณตั้งเป้าหมายที่สมจริงและมีประสิทธิภาพตรงกับกลยุทธ์การเติบโตของคุณ
            ความสามารถในการทำกำไร + แอฟฟิลิเอต
            ฉันไม่เหลือกำไรเมื่อใช้ GMV Max ร่วมกับคอนเทนต์จากแอฟฟิลิเอต
            หากคุณกำลังใช้ ACA ร่วมกับ GMV Max คุณอาจสังเกตเห็นว่าต้นทุนแอฟฟิลิเอตของคุณเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ดีขึ้น เราจึงได้เปิดตัวฟีเจอร์ค่าคอมมิชชั่นสองอัตรา ซึ่งจะช่วยคุณกำหนดอัตราค่าคอมมิชชั่นที่แตกต่างกันตามที่มาของยอดขายได้ คุณจึงสามารถกำหนดอัตราค่าคอมมิชชั่นหนึ่งให้กับยอดขายแบบออร์แกนิก และอีกอัตราหนึ่งให้กับยอดขายที่มาจากโฆษณา ซึ่งจะช่วยให้คุณควบคุมโครงสร้างต้นทุนได้มากขึ้น
            การเพิ่มประสิทธิภาพแบบออร์แกนิก
            คุณหมายความว่าอย่างไรที่ว่า GMV Max "เพิ่มประสิทธิภาพแบบออร์แกนิก" ให้ผลการดำเนินการ
            ห้ามใช้ข้อความนี้ในสื่อภายนอก
            การแสดงผลแบบออร์แกนิกบน TikTok Shop จะได้รับการจัดสรรตามอันดับ โดยวิดีโอที่มีอันดับสูงสุดจะได้รับการแสดงผลก่อน ซึ่งอันดับนี้จะกำหนดด้วยคะแนนที่เป็นตัวเลข
            การแสดงผลแบบออร์แกนิกบน TikTok Shop จะได้รับการจัดสรรตามอันดับ โดยวิดีโอที่มีอันดับสูงสุดจะได้รับการแสดงผลก่อน เมื่อใช้ GMV Max ระบบของเราจะเพิ่มประสิทธิภาพให้คอนเทนต์แบบออร์แกนิกของคุณ เพื่อให้สามารถแซงวิดีโอแบบออร์แกนิกที่มีอันดับสูงกว่าได้
            ROI เทียบกับ ROAS
            ROAS ของฉันต่ำเกินไป ฉันต้องการอย่างน้อย X (เมื่อสับสนระหว่าง ROI กับ ROAS)
            เราเข้าใจว่าคุณต้องการ ROAS ที่ระดับ X แต่กับ GMV Max เราได้นำตัวชี้วัดใหม่มาใช้ในการประเมินผลนั่นคือ: ROI (GMV รวมจากช่องทางออร์แกนิก + GMV จากโฆษณา / ค่าใช้จ่ายทั้งหมด) นี่คือเหตุผลที่ ROI วัดผลได้แม่นยำกว่า:
            ปัจจุบัน ROI ของคุณอยู่ที่ระดับ Y ซึ่งต่ำกว่า ROAS เพราะ:
            1. เปรียบเทียบกับ ROAS ไม่ได้ตรงๆ: ROI ประเมินผลการดำเนินงานโดยรวม ไม่ใช่แค่รายได้ที่มาจากโฆษณา
            2. ประเมินผลการดำเนินงานของช่องทางการขายได้แม่นยำขึ้น: ROI จะแสดงภาพรวมของผลตอบแทนจาก TikTok Shop ในฐานะช่องทางการขาย ช่วยให้คุณสามารถประเมินความคุ้มทุนของช่องทางการขายได้
            ทำไม ROI ถึงสำคัญ:
            ROI ประเมินธุรกิจของคุณได้แม่นยำกว่าโดยจัดการกับ GMV แบบออร์แกนิกที่ทับซ้อนกับ GMV จากโฆษณา ผู้ใช้มักจะโต้ตอบกับคอนเทนต์ทั้งแบบออร์แกนิกและแบบชำระเงิน ทำให้ระบุสาเหตุที่แท้จริงของการซื้อได้ยาก ROAS มักมุ่งเน้นไปที่ช่องทางโฆษณา ในขณะที่ ROI จะวัดผลตอบแทนจากค่าใช้จ่ายของช่องทางการขายนั้นๆ ตามความเป็นจริง
            คุณสามารถนำ ROI มาประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบด้านมากขึ้น เพื่อเร่งการเติบโตให้ได้ผลดีที่สุด
            • ROAS จะนับรวมยอดสั่งซื้อที่เกิดขึ้นภายใน 7 วัน หลังจากเห็นโฆษณา
            • ROAS จะนับรวม GMV ของสินค้าทั้งหมด แม้ว่าโฆษณาจะแสดงสินค้าเพียงบางรายการเท่านั้น
            การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานข้ามช่องทาง
            ฉันไม่ชอบใช้ตัวชี้วัด ROI อยากเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของ GMV Max กับช่องทางอื่นมากกว่า
            ตัวชี้วัด ROI เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานใน GMV Max เพราะออกแบบมาให้เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าชมทั้งแบบชำระเงินและแบบออร์แกนิก ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆ
            เมื่อต้องการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานข้ามช่องทาง จึงต้อง คำนึงถึงที่มาของการเข้าชมของแต่ละช่องทางด้วย เช่น
            หากต้องการประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญ GMV Max ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบ ROI ของเว็บไซต์ DTC กับ ROI ของแคมเปญ GMV Max ได้ดังนี้:
            แนวทางนี้ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบ ROI ของทั้งสองช่องทางได้อย่างชัดเจนและเที่ยงตรง
            • เว็บไซต์ DTC ของลูกค้าจะสร้างการเข้าชมจากแพลตฟอร์มอย่าง Meta, Google และโฆษณาบนเว็บของ TikTok
            • TikTok Shop ของลูกค้าจะอาศัยโฆษณาร้านค้าเป็นหลักในการสร้างการเข้าชม
            • DTC ROI = GMV รวมของ DTC ÷ ค่าใช้จ่ายรวมจากช่องทางโฆษณาอื่น (Meta + Google + โฆษณาบนเว็บของ TikTok)
            • TTS ROI = GMV รวมของ TTS ÷ ค่าใช้จ่ายรวมจากโฆษณาร้านค้า
            ข้อกำหนดเฉพาะของแคมเปญ
            ทำไมการรัน GMV Max จึงต้องให้ผู้ลงโฆษณาปิด VSA และ PSA ทั้งหมดก่อน
            เนื่องจาก Product GMV Max จะปรับประสิทธิภาพโดยรวมของสินค้าที่เลือกไว้ หากยังมีการเปิดใช้งาน VSA/PSA กับสินค้าชุดเดียวกัน จะเกิดความขัดแย้งในการแสดงผลโฆษณา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแยกการทำงานระหว่าง VSA/PSA กับ GMV Max โดยสิ้นเชิง ในมุมมองของการให้เครดิต หากสินค้าถูกโปรโมตทั้งสองแคมเปญพร้อมกัน ระบบจะนับคำสั่งซื้อทั้งหมดให้กับ GMV Max เพียงอย่างเดียว ทำให้ VSA/PSA ไม่ได้รับเครดิต หรือคำสั่งซื้อจะถูกนับซ้ำสองครั้งทั้งใน GMV Max และ VSA/PSA ซึ่งทั้งสองสถานการณ์นี้ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ลงโฆษณาในการวัดผลการดำเนินงานได้อย่างแม่นยำ
            8.4 คำถามที่พบบ่อย
            8.4.1 การให้เครดิต
            คำถาม
            คำตอบ
            การให้เครดิตสำหรับ GMV Max คืออะไร
            • โฆษณา GMV Max จะรวมคำสั่งซื้อทั้งแบบชำระเงินและแบบออร์แกนิกจากสินค้า/ห้องไลฟ์ที่โปรโมตในช่วงที่แคมเปญกำลังทำงาน
            • โฆษณาร้านค้ามาตรฐานจะรวม คำสั่งซื้อแบบชำระเงินทั้งหมดจากสินค้าทั้งหมดในร้านค้าซึ่งเกิดขึ้นภายใน 7 วันหลังจากคลิกโฆษณา หรือภายใน 1 วันหลังจากดูโฆษณา
            GMV Max มีการให้เครดิตแตกต่างจากโฆษณาร้านค้ามาตรฐานอย่างไร
            1. ระยะเวลาการให้เครดิต: VSA/PSA (โฆษณาร้านค้ามาตรฐาน) ให้เครดิตยอดขายที่เกิดขึ้นภายใน 7 วันหลังการคลิก และ 1 วันหลังการรับชม GMV Max นับคอนเวอร์ชั่นทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่แคมเปญทำงานอยู่
            2. การให้เครดิตการเข้าชม: VSA/PSA นับเฉพาะคอนเวอร์ชั่นที่มาจากการเข้าชมแบบชำระเงินเท่านั้น GMV Max นับคอนเวอร์ชั่นทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมถึงยอดจากช่องทางออร์แกนิกและแอฟฟิลิเอต
            3. ระดับการให้เครดิต: VSA/PSA จะนับคอนเวอร์ชั่นใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นจากร้านค้าหลังจากผู้ใช้โต้ตอบกับโฆษณา GMV Max นับเฉพาะคอนเวอร์ชั่นที่เกิดขึ้นกับสินค้ารายการที่ได้รับการโปรโมตอยู่เท่านั้น
            ทำไมตรรกะการให้เครดิตของ VSA/PSA และ GMV Max จึงแตกต่างกัน
            GMV Max เพิ่มประสิทธิภาพให้การแสดงผลแบบออร์แกนิก นอกเหนือไปจากการเข้าชมโฆษณาแบบชำระเงิน ซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาได้รับ GMV เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่สามารถทำได้หากไม่มี GMV Max ด้วยเหตุนี้ GMV Max จึงรวม GMV แบบออร์แกนิกเข้าไว้ในตรรกะการให้เครดิตด้วย
            8.4.2 การเสนอราคาและงบประมาณ
            คำถาม
            คำตอบ
            ฉันจะตั้งเป้าหมาย ROI ได้อย่างไร
            ขอแนะนำให้ใช้ค่า ROI และงบประมาณที่เติมให้ล่วงหน้าในระหว่างการตั้งค่าแคมเปญ โดยระบบจะคำนวณค่าเหล่านี้ตามยอดขายย้อนหลังของร้านคุณ
            8.4.3 ชิ้นงานโฆษณา
            คำถาม
            คำตอบ
            GMV Max ใช้ชิ้นงานโฆษณาแบบไหนบ้าง
            GMV Max จะพิจารณาใช้ชิ้นงานโฆษณาทั้งหมดที่มีลิงก์สินค้า แต่จะใช้เฉพาะชิ้นงานโฆษณาที่ได้รับการอนุมัติสำหรับโฆษณาเท่านั้น โปรดดูรายชื่อชิ้นงานโฆษณาที่ได้รับการอนุมัติจากเอกสารฉบับนี้
            ฉันจะอนุมัติชิ้นงานโฆษณาสำหรับโฆษณาได้อย่างไร
            1. การอนุมัติชิ้นงานโฆษณาของแอฟฟิลิเอต / โค้ด Spark
            2. การโพสต์คอนเทนต์จากบัญชี TikTok ทางการ
            3. คอนเทนต์ทุกประเภทในบัญชี TikTok ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ธุรกิจของคุณ
            4. อัปโหลดคอนเทนต์เป็น Dark Post หรือโหมดโฆษณาเท่านั้น
            5. การอนุมัติโฆษณาของแอฟฟิลิเอตจำนวนมาก
            6. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
            แล้วบัญชีการตลาดล่ะ ฉันนำชิ้นงานโฆษณาจากบัญชีการตลาดมาใช้ใน GMV Max ได้ไหม
            หากผู้ขายต้องการใช้บัญชี TikTok สำหรับการตลาดหรือบัญชี TikTok อื่นๆ เป็นที่มาของชิ้นงานโฆษณา พวกเขาจะต้องเชื่อมโยงบัญชีเหล่านี้กับร้านค้าใน Seller Center เพื่อกำหนดให้เป็นบัญชี TikTok ที่พร้อมใช้งานใน Seller Center
            ทำไมถึงนับรวม GMV จากชิ้นงานโฆษณาที่ไม่ได้รับการอนุมัติใน ROI ของ GMV Max ด้วยล่ะ GMV Max กำลังรันโฆษณาโดยใช้วิดีโอที่ไม่ได้รับการอนุมัติใช่หรือไม่
            GMV Max จะไม่ใช้ค่าใช้จ่ายโฆษณากับวิดีโอที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นโฆษณา
            ขอย้ำเตือนว่า GMV Max จะนับยอดขายทั้งหมดของสินค้า ทั้งจากช่องทางแบบออร์แกนิกและแบบชำระเงิน เนื่องจาก GMV Max จะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพตาม ROI ซึ่งคำนวณจากยอด GMV รวม/ค่าใช้จ่ายใน GMV Max GMV Max สามารถบรรลุเป้าหมาย ROI ที่คุณตั้งไว้ได้ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้การแสดงผลแบบออร์แกนิกควบคู่ไปกับการเข้าชมโฆษณาแบบชำระเงิน ส่งผลให้ผู้ลงโฆษณาได้รับ GMV เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่สามารถทำได้หากไม่มี GMV Max
            ส่วนวิดีโอที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ หมายถึง วิดีโอที่แอฟฟิลิเอตยังไม่ได้ให้สิทธิ์ใช้งานเป็นโฆษณา เราแนะนำให้คุณติดต่อแอฟฟิลิเอตดังกล่าวเพื่อขอสิทธิ์ใช้โฆษณา
            ลูกค้าของฉันบอกว่าระบบไม่ใช้ชิ้นงานโฆษณาบางชิ้นใน GMV Max นี่เป็นข้อผิดพลาดหรือเปล่า
            แม้ว่า GMV Max จะทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพให้ชิ้นงานโฆษณาได้เร็วกว่ามนุษย์มาก แต่ระบบจะจัดสรรงบประมาณแคมเปญสูงสุด 20% ในการสำรวจชิ้นงานโฆษณาใหม่ๆ ในแต่ละวัน เพื่อเพิ่มยอด GMV ให้ได้สูงสุดภายใต้กรอบ ROI ที่ตั้งไว้ เนื่องจากกระบวนการทดสอบอาจทำให้ ROI ระยะสั้นผันผวนได้ . ชิ้นงานโฆษณาเหล่านี้จะผ่านกระบวนการคัดกรอง เพื่อเลือกเฉพาะชิ้นงานโฆษณาที่มีโอกาสทำผลงานได้ดีที่สุดมาใช้ทดสอบโฆษณา โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานแบบออร์แกนิกและผลการดำเนินงานจากแคมเปญ VSA ก่อนหน้า กระบวนการคัดเลือกดังกล่าวจะทำอย่างต่อเนื่องและอัปเดตเป็นประจำทุกวัน
            8.4.4 การรายงาน
            คำถาม
            คำตอบ
            ทำไมรายได้รวมในแดชบอร์ด GMV Max จึงแตกต่างจากตัวเลข GMV ที่รายงานใน Seller Center
            โฆษณาร้านค้าจะใช้ตัวชี้วัด "รายได้รวม" ซึ่งแตกต่างจาก "GMV" ที่ใช้กันทั่วไป โดยความแตกต่างหลักคือ "รายได้รวม" จะนับรวมส่วนลดราคาสินค้าที่ได้รับการสนับสนุนจาก TikTok Shop ด้วย
            สรุปคือรายได้รวมจะรวมส่วนลดที่ TikTok Shop มอบให้ แต่ GMV จะไม่รวม
            หากต้องการดูว่าโฆษณาร้านค้ามีส่วนช่วยในการสร้างรายได้รวมของคุณมากน้อยเพียงใด ให้ไปที่ Seller Center แล้วเลือก การวิเคราะห์ > ผลการดำเนินงานของยอดขาย > รายละเอียด
            • GMV แสดงถึงสิ่งที่ลูกค้าจ่ายจริง โดยไม่รวมภาษี เช่น หากลูกค้าจ่าย $25 แต่ $2 เป็นภาษีขาย ยอด GMV จะเท่ากับ $23
            • รายได้รวม สะท้อนถึงสิ่งที่ผู้ขายได้รับจริง หาก TikTok Shop ไม่เสนอส่วนลดสินค้า รายได้รวมจะเท่ากับสิ่งที่ลูกค้าจ่าย แต่หาก TikTok อุดหนุนราคาสินค้าบางส่วน ผู้ขายจะได้รับเงินมากกว่าที่ลูกค้าจ่าย
            • เราไม่ได้เพิ่มส่วนลดค่าจัดส่งที่ TikTok Shop มอบให้กลับเข้าไปในรายได้รวม เพราะลูกค้าแจ้งว่ามันไม่สะท้อนถึงการดำเนินงานทางธุรกิจที่แท้จริงของพวกเขา
            • รายได้รวมจะแสดงเฉพาะคำสั่งซื้อรวมเท่านั้น โดยไม่นับรวมยอดสั่งซื้อที่มีการยกเลิกหรือการคืนสินค้า ถ้า GMV มีการนับรวมยอดสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกเข้าไปด้วย ก็จะยิ่งทำให้เกิดความแตกต่างของตัวเลขขึ้นไปอีก
            • รายได้รวมอาจสูงกว่า GMV มาก โดยเฉพาะในบางช่วงเวลาอาจมีส่วนต่างเกิน 40% เราเชื่อว่ารายได้รวมสะท้อนถึงมูลค่าที่ผู้ขายได้รับจริงได้ดีกว่า เนื่องจากโฆษณาร้านค้ามุ่งเน้นไปที่การเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ขาย ไม่ใช่แค่สิ่งที่ผู้ใช้จ่าย เราจึงเน้นและรายงานรายได้รวมเป็นหลัก