การยกเลิกคำสั่งซื้อ

ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2567 เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค "มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)" ของสคบ. คำสั่งซื้อแบบเก็บเงินปลายทาง เมื่อบริษัทขนส่งทำการส่งสินค้า ผู้ซื้อสามารถเปิดกล่องสินค้าเพื่อตรวจสอบก่อนชำระเงินได้ หรือ ปฎิเสธสินค้าก่อนชำระเงินได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

การยกเลิกคำสั่งซื้อเกิดได้ในกรณีใดบ้าง
  1. คำสั่งซื้อถูกยกเลิกโดยผู้ซื้อ
  2. คำสั่งซื้อถูกยกเลิกโดยระบบ
  3. คำสั่งซื้อถูกยกเลิกโดยผู้ขาย

ผู้ซื้อจะยกเลิกคำสั่งซื้อได้เมื่อใด

สำหรับคำสั่งซื้อที่จัดส่งโดย TikTok (Shipped By TikTok)

image.png
สำหรับคำสั่งซื้อที่จัดส่งโดย TikTok (Shipped by TikTok) เท่านั้น
สถานะคำสั่งซื้อ
ก่อนสถานะเปลี่ยนเป็น
"อยู่ระหว่างขนส่ง"
หลังสถานะเปลี่ยนเป็น
"อยู่ระหว่างขนส่ง"
หลังสถานะเปลี่ยนเป็น
"กำลังจัดส่ง"
(พัสดุถูกส่งออกจากศูนย์กระจายสินค้าสุดท้ายแล้ว)
ผู้ซื้อยกเลิกได้ไหม
ยกเลิกได้
ยกเลิกได้
ยกเลิกได้ ถ้าพ้น
วันที่จัดส่งโดยประมาณ
ที่แสดงในแอปฯมาแล้ว
ผลกระทบต่อ
ตัวชี้วัด
ไม่กระทบอัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อเนื่องจากข้อผิดพลาดของผู้ขาย (SFCR)
ยกเว้นในกรณีที่สถานะเปลี่ยนเป็น “จัดส่งแล้ว” หลังพ้นกรอบเวลาการจัดส่งล่าช้ามาแล้ว
ผู้ให้บริการขนส่งต้องอนมุติไหม
ขนส่งไม่ต้องอนุมัติ
ขนส่งต้องอนุมัติ
ขนส่งต้องอนุมัติ
ร้านค้าต้องอนมุติไหม
ส่วนใหญ่แล้ว แพลตฟอร์มจะเป็นผู้อนุมัติคำขอยกเลิกคำสั่งซื้อ
  • ในกรณีที่ร้านค้าต้องพิจารณาคำขอยกเลิกคำสั่งซื้อ โปรดดำเนินการภายใน 1 วัน (24 ชม.)
  • [กรณียกเว้น] ผู้ขายจะเป็นผู้อนุมัติคำขอยกเลิกคำสั่งซื้อจากการประมูลใน LIVE
กรณียกเว้น
  • คำสั่งซื้อที่จัดส่งโดยผู้ขาย (Shipped by Seller)
  • พรีออเดอร์
  • สินค้าบางหมวดหมู่ เช่น สินค้าที่เน่าเสียง่าย และสินค้าดิจิทัล
  • คำสั่งซื้อที่จัดส่งโดยผู้ขาย (Shipped by Seller)
  • พรีออเดอร์
  • สินค้าบางหมวดหมู่ เช่น สินค้าที่เน่าเสียง่าย และสินค้าดิจิทัล
  • คำสั่งซื้อแบบจัดส่งวันถัดไป (NDD)
  • คำสั่งซื้อที่จัดส่งโดยผู้ขาย (Shipped by Seller)
  • พรีออเดอร์
  • สินค้าบางหมวดหมู่ เช่น สินค้าที่เน่าเสียง่าย และสินค้าดิจิทัล
  • คำสั่งซื้อแบบจัดส่งวันถัดไป (NDD)
  • สำหรับคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกหลังส่งมอบให้ผู้ให้บริการขนส่งไปแล้ว ผู้ให้บริการขนส่งจะนำกลับมาคืน
  • หากมีการส่งมอบคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกไปแล้วให้กับผู้ให้บริการขนส่ง โปรดยื่นข้อโต้แย้งใน Seller Center
  • เรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายการประมูลใน LIVE ได้ที่นี่

สำหรับคำสั่งซื้อที่จัดส่งโดยผู้ขาย (Shipped By Seller)

สำหรับคำสั่งซื้อที่จัดส่งโดยผู้ขาย (Shipped by Seller) เท่านั้น
เวลาหลังผู้ซื้อสั่งซื้อสินค้า
ภายใน 1 ชม. ตั้งแต่สั่งซื้อสำเร็จ
หลังพ้น 1 ชม. ตั้งแต่สั่งซื้อสำเร็จ
สามารถยกเลิกได้ไหม
ยกเลิกได้
ยกเลิกได้
ร้านค้าต้องอนมุติไหม
ร้านค้าไม่ต้องอนุมัติ
ร้านค้าต้องอนุมัติภายใน 1 วัน (24 ชม.)

การเปิดใช้งานเครื่องมืออนุมัติคำขอบริการหลังการขายอัตโนมัติ

ระบบอาจเปิดใช้งานเครื่องมืออนุมัติคำขอยกเลิกให้โดยอัตโนมัติ หากตรงตามเงื่อนไขที่ระบุด้านล่าง
วิธีการทำงานของเครื่องมืออนุมัติคำขอบริการหลังการขายอัตโนมัติ
  • หากผู้ขายไม่ตรวจสอบคำขอยกเลิกที่ได้รับเป็นจำนวนมากกว่า 90% ของคำขอยกเลิกทั้งหมด ตามกรอบเวลาที่กำหนด เป็นเวลา 1 เดือน ระบบจะเปิดใช้งานกฎการอนุมัติอัตโนมัติให้ผู้ขาย
  • จะมีเพียงคำขอที่ตรงตามเกณฑ์ต่อไปนี้เท่านั้น ที่จะได้รับการอนุมัติโดยอัตโนมัติด้วยเครื่องมือนี้
  • เครื่องมือนี้จะอนุมัติคำขอคืนสินค้าและคืนเงินของผู้ซื้อรายเดิมได้สูงสุด 3 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น
  • คำขอที่ได้รับการอนุมัติอัตโนมัติจะติดแท็กกำกับว่า "ได้รับอนุมัติโดยอัตโนมัติจากกฎของผู้ขาย" ในหน้าจัดการการส่งคืน/การคืนเงิน
  • เครื่องมือจะถูกเปิดใช้งานเป็นเวลาอย่างน้อย 15 วัน และสามารถปิดใช้งานได้หลังครบ 15 วันในหน้าการตั้งค่าการบริหารการจัดส่ง
ตัวอย่างสถานการณ์ที่มีการอนุมัติอัตโนมัติ
สถานการณ์ที่ 1: คำขอรายการเดียวที่มีมูลค่าสูง
  • ผู้ซื้อส่งคำขอยกเลิกคำสั่งซื้อ 1 รายการ สำหรับสินค้า 10 ชิ้น ราคาชิ้นละ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ*
  • มูลค่ารวมของคำขออยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ* ซึ่งเกินเกณฑ์ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ*ที่จะได้รับการอนุมัติอัตโนมัติ
สิ่งที่จะเกิดขึ้น
  • คำขอนี้มีมูลค่าสูงกว่าเกณฑ์ จึงจะไม่ได้รับการอนุมัติอัตโนมัติด้วยกฎนี้ ผู้ขายอาจต้องตรวจสอบคำขอด้วยตนเอง
สถานการณ์ที่ 2: ผู้ซื้อรายเดิมส่งคำขอที่มีมูลค่าต่ำหลายรายการ
  • ผู้ซื้อส่งคำขอยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมด 10 รายการ โดยแต่ละรายการมีมูลค่าต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ*
  • คำขอแต่ละรายการมีมูลค่าต่ำกว่า 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ* ดังนั้นจึงตรงตามเกณฑ์ที่คำขอจะได้รับการอนุมัติอัตโนมัติ
  • อย่างไรก็ตาม การอนุมัติอัตโนมัติจะมีผลกับคำขอยกเลิกคำสั่งซื้อของผู้ซื้อรายเดิมได้สูงสุด 3 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น
สิ่งที่จะเกิดขึ้น
  • คำขอ 3 รายการแรกอนุมัติอัตโนมัติ เนื่องจากมีมูลค่าตรงตามเกณฑ์ และอยู่ในขีดจำกัด 3 ครั้งต่อเดือนของผู้ซื้อ 1 ราย
  • คำขอ 7 รายการที่เหลือ → จะไม่ได้รับการอนุมัติอัตโนมัติด้วยกฎนี้ ผู้ขายอาจต้องตรวจสอบคำขอด้วยตนเอง
*หมายเหตุ: แพลตฟอร์มคำนวณมูลค่ารวมด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยอดตามสกุลเงินบาทอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยน โปรดศึกษาอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน

คำสั่งซื้อประเภทเก็บเงินปลายทาง (COD) : การตรวจสอบสินค้า และการปฎิเสธสินค้า

ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2567 เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค "มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)" ของสคบ. คำสั่งซื้อแบบเก็บเงินปลายทาง เมื่อบริษัทขนส่งทำการส่งสินค้า ผู้ซื้อสามารถเปิดกล่องสินค้าเพื่อตรวจสอบก่อนชำระเงินได้ หรือ ปฎิเสธสินค้าก่อนชำระเงินได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
  1. ผู้ซื้อได้รับสินค้าเสียหาย หรือไม่สมบูรณ์
  2. ผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าที่ตรงตามรายละเอียดสินค้า
  3. ผู้ซื้อไม่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้า
    image
รายละเอียดในการจัดส่งสินค้าแบบชำระปลายทาง
  • เมื่อมีการจัดส่ง ผู้ซื้อสามารถแจ้งความประสงค์ที่จะตรวจสอบสินค้าได้
  • พนักงานขนส่งจะอธิบายข้อกำหนดและเงื่อนไขการเปิดพัสดุให้ผู้ซื้อทราบ และผู้ซื้อต้องยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้ก่อนที่จะดำเนินการเปิดหีบห่อพัสดุ
  • ในกรณีที่ผู้ซื้อยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้ พนักงานขนส่งจะเริ่มการถ่ายวิดิโอเพื่อเก็บหลักฐาน โดยพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ :
  1. ชื่อพนักงานขนส่ง หมายเลขพนักงาน และบริษัทขนส่ง
  2. ข้อมูลของผู้ซื้อ (ชื่อจริงและหมายเลขโทรศัพท์)
  3. สถานที่ในการเปิดพัสดุ
  4. เวลาปัจจุบัน
  5. สถานะ/สภาพของพัสดุก่อนการเปิด ซึ่งต้องแสดงใบปะหน้าและทุกด้านของพัสดุทั้ง 6 ด้านอย่างชัดเจน
  6. ความยินยอมด้วยวาจาและการยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการเปิดพัสดุของผู้ซื้อ
  • หลังจากนั้น ผู้ซื้อสามารถเปิดกล่องพัสดุได้ พนักงานขนส่งต้องบันทึกการเปิดกล่องทั้งหมด โดยผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้ว่าจะรับหรือปฏิเสธการจัดส่ง
    1. หากผู้ซื้อต้องการปฏิเสธการจัดส่ง ผู้ซื้อต้องแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธด้วยวาจาขณะถ่ายคลิปเปิดตรวจสอบสินค้า พนักงานขนส่งจะเก็บพัสดุ และจะไม่รับชำระเงิน โดยเหตุผลในการปฏิเสธสามารถทำได้ตามเงื่อนไข 3 ข้อเท่านั้น:
      1. ผู้ซื้อได้รับสินค้าเสียหาย หรือไม่สมบูรณ์
      2. ผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าที่ตรงตามรายละเอียดสินค้า
      3. ผู้ซื้อไม่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้า
    2. หากต้องการรับการจัดส่งพัสดุ ผู้ซื้อสามารถทำการชำระเงิน และรับการจัดส่งพัสดุดังกล่าวได้
หมายเหตุ: คำสั่งซื้อที่ถูกปฏิเสธจะมีสถานะเป็น "การจัดส่งไม่สำเร็จ" บนระบบ Seller Center ซึ่งพัสดุของคุณอาจจะมีการเปิด ❗ หากพบปัญหาเกี่ยวกับสินค้าที่ส่งคืน (เช่น สินค้าเสียหายหรือสินค้าหาย) ผู้ขายสามารถยื่นคำร้องได้
ข้อกำหนด และเงื่อนไขการเปิดพัสดุ
  1. ผู้ซื้อต้องแสดงหลักฐานยืนยันตัวตนและยินยอมให้ถ่ายวิดิโอหลักฐานตลอดกระบวนการเปิดพัสดุ
  2. ผู้ซื้อสามารถเปิดเฉพาะบรรจุภัณฑ์ภายนอกเพื่อทำการตรวจสอบสินค้าได้
  3. ผู้ซื้อไม่สามารถทดลองหรือทดสอบสินค้าได้
  4. บรรจุภัณฑ์ดั้งเดิมของสินค้า (รวมถึงซีลจากผู้ผลิต) ต้องไม่ถูกทำลาย
  5. ผู้ซื้อต้องยอมรับพัสดุหากบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิมหรือซีลถูกทำลายหรือเสียหายแล้ว ผู้ซื้อยังสามารถยื่นคำขอคืนสินค้า/คืนเงินผ่านแพลตฟอร์มหากจำเป็น
  6. ผู้ซื้อที่ต้องการปฏิเสธการรับสินค้า ต้องให้เหตุผลในการปฏิเสธขณะถ่ายวิดิโอหลักฐานการเปิดตรวจสอบสินค้า
  7. หากผู้ซื้อมีสินค้าหลายชิ้นในพัสดุเดียวกัน ผู้ซื้อต้องเลือกรับหรือปฏิเสธพัสดุทั้งหมด ไม่สามารถปฏิเสธเฉพาะบางรายการ (เช่น 1 หรือ 2 รายการ)

แพลตฟอร์มจะยกเลิกคำสั่งซื้อเมื่อใด

การยกเลิกคำสั่งซื้ออัตโนมัติ
  1. คำสั่งซื้อไม่พร้อมจัดส่งภายใน 2 วันทำการ (ถึงเวลา 23.59 น.) นับตั้งแต่มีการสั่งซื้อ หรือสถานะคำสั่งซื้อยังไม่ถูกปรับสภานะเป็น “ที่จะจัดส่ง - รอผู้ให้บริการขนส่งเข้ารับ” หรือ
  2. ผู้ให้บริการด้านการขนส่งของผู้ขายไม่ได้เข้ารับคำสั่งซื้อภายใน 3 วันทำการ (ถึงเวลา 23.59 น.) นับตั้งแต่วันที่สั่งซื้อ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกเลิกคำสั่งซื้ออัตโนมัติ

ผู้ขายสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้เมื่อใด

คำสั่งซื้อถูกยกเลิกโดยผู้ขาย
  • หากผู้ขายยังไม่ได้จัดส่งคำสั่งซื้อ หรืออัปเดตสถานะคำสั่งซื้อเป็น "จัดส่งแล้ว"
  • หากผู้ขายไม่สามารถบริหารการจัดส่งคำสั่งซื้อได้ เนื่องจากมีสต็อกไม่เพียงพอหรือสินค้าที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหายที่ไม่คาดคิด
อย่างไรก็ตาม คุณต้องดำเนินการต่อไปนี้หากคุณตัดสินใจยกเลิกคำสั่งซื้อ:
  • ผู้ขายต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบถึงการยกเลิกพร้อมเหตุผลทันที
  • ผู้ขายต้องไม่ขอให้ผู้ซื้อยกเลิกคำสั่งซื้อแทน
  • ผู้ขายต้องคืนเงินตามขั้นตอนในระบบให้กับผู้ซื้อ
หากเราพบว่าคุณละเมิดแนวทางเหล่านี้ บัญชีของคุณอาจได้รับบทลงโทษ คุณควรทราบว่าการกระทำผิดซ้ำๆ จะทำให้ได้รับโทษที่รุนแรงมากขึ้น
สามารถยื่นข้อโต้แย้งผ่าน Seller Center ดูวิธียื่นเพิ่มเติมที่ แนวทางการโต้แย้งสำหรับผู้ขาย

ผู้ขายจะดูการยกเลิกคำสั่งซื้อได้ที่ใด

สามารถดูคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกได้โดยไปที่ Seller Center -> จัดการคำสั่งซื้อ -> ถูกยกเลิก (Seller Center -> Manage Orders -> Cancelled)
image

ผู้ขายจะติดตามการจัดส่งที่ดำเนินการอยู่สำหรับคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกได้อย่างไร

คุณสามารถติดตามการจัดส่งสำหรับคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกได้โดยไปที่ Seller Center -> จัดการคำสั่งซื้อ -> การจัดส่งไม่สำเร็จ (Seller Center -> Manage Orders -> Failed Deliveries)
image

ผู้ขายจะทำอย่างไร หากสินค้าที่ส่งคืนความเสียหาย หรือไม่ได้รับสินค้าคืน

  1. ผู้ขายสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ทาง ศูนย์ผู้ขาย -> คำสั่งซื้อ -> จัดการคำสั่งซื้อ (Seller Center -> Orders -> Manage Orders)
    • คลิกที่ "อุทธรณ์" (Appeal)
    • เลือก "ฉันไม่ได้รับพัสดุคืน" (I didn't receive the return package) หากไม่ได้รับสินค้าคืน
      • แนบหลักฐานที่แสดงว่าคุณได้ส่งมอบพัสดุให้กับผู้ให้บริการขนส่งไปแล้ว
    • เลือก "สินค้าได้รับความเสียหายหรือถูกใช้ไปแล้ว" (Product is damaged or used) หากสินค้าได้รับความเสียหาย
ผู้ขายสามารถติดตามสถานะการอุทธรณ์บนหน้าเดียวกันนี้ได้อีกด้วย
  1. ผู้ขายสามารถติดต่อผู้ให้บริการขนส่งโดยตรง หรือตรวจสอบเบอร์ติดต่อบน Seller Center
  2. ผู้ขายสามารถติดต่อ TikTok Shop ผ่านศูนย์ช่วยเหลือบน Seller Center

ข้อแนะนำสำหรับการยกเลิกคำสั่งซื้อ

image
  • เมื่อผู้ให้บริการขนส่งแสกนเข้ารับสินค้า คำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกจะไม่สามารถแสกนเข้ารับได้
    • ผู้ขายควรนำคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกออก ก่อนที่ผู้ให้บริการขนส่งจะรับหรือนำส่งสินค้า ไม่ควรส่งมอบคำสั่งซื้อที่ถูกยกเลิกให้กับผู้ให้บริการขนส่งเพื่อป้องกันการสูญหาย
  • เมื่อขนส่งตรวจสอบพัสดุเพื่อรับเข้า ให้ตรวจสอบจำนวนพัสดุเทียบกับจำนวนที่ผู้ให้บริการขนส่งบันทึกไว้ก่อนส่งมอบ
  • เก็บหลักฐานยืนยันการส่งมอบพัสดุไว้สำหรับการดำเนินงานในแต่ละวัน ซึ่งรวมถึง
    • ภาพหน้าจอแสดงบันทึกการตรวจสอบของผู้ให้บริการขนส่งพร้อมจำนวนพัสดุที่ตรวจสอบ
    • บันทึกแชทกับผู้ให้บริการขนส่งที่ระบุถึงจำนวนพัสดุที่ตรวจสอบไว้อย่างชัดเจน
    • เอกสารรายการส่งมอบพร้อมจำนวนพัสดุ เลขพัสดุ และลายเซ็นของทั้งผู้ขายและผู้บริการขนส่ง
  • รายละเอียดต่อไปนี้ในรายการส่งมอบจะช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีที่ต้องมีการติดตาม หรือโต้แย้ง (หากมี)
    • ชื่อร้านค้า
    • หมายเลขโทรศัพท์คลังสินค้าของร้านค้า
    • วันที่ส่งมอบ
    • ที่อยู่ที่ส่งมอบ
    • จำนวนพัสดุที่ส่งมอบ
    • รายการเลขพัสดุ
    • ลายเซ็นของทั้งผู้ขายและผู้บริการขนส่ง